ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน' ชู University Holding Company นิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนของมหาวิทยาลัย กลไกใหม่เปลี่ยนมหาวิทยาลัยไทยจากผู้สร้างองค์ความรู้ สู่ผู้สร้างเศรษฐกิจนวัตกรรม

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ผ่านกลไก (University Holding Company : UHC) เพื่อยกระดับศักยภาพการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ภายใน “การประชุมขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมด้วยกลไกนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนของมหาวิทยาลัย” โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) แบะคณะผู้บริหาร เข้าร่วม ณ ห้องประชุมหัวกอ 1 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า นิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนของมหาวิทยาลัย (University Holding Company : UHC) ไม่ควรเป็นเพียงบริษัทของมหาวิทยาลัย แต่ต้องเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนประเทศไทยจาก เศรษฐกิจฐานการวิจัย (Research Economy) สู่ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Innovation Economy) ผลักดันการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ มหาวิทยาลัยไทยต้องไม่เป็นเพียงผู้สร้างองค์ความรู้ แต่ต้องเป็นผู้สร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

“กระทรวง อว. ได้กำหนด แผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2569–2573 (Roadmap 2026–2030) เพื่อขับเคลื่อน University Holding Company ให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบอุดมศึกษาและระบบนวัตกรรมของประเทศ แผนงานดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงการจัดตั้งบริษัทของมหาวิทยาลัย แต่เป็นการวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยี ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคการผลิต และผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า บทบาทของภาครัฐในยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม รัฐต้องทำหน้าที่เป็น ผู้สร้างแพลตฟอร์ม (The Platform Builder) และวางระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดตั้งและดำเนิน University Holding Company ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มุ่งสร้างพลังจากการรวมตัวของมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน นักลงทุน และหน่วยงานภาครัฐ ให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และเงินลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจนวัตกรรม แนวคิดดังกล่าวจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน เพิ่มโอกาสในการต่อยอดผลงานวิจัย และเร่งการสร้างบริษัทเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในระดับประเทศและระดับโลก

“การขับเคลื่อน University Holding Company จะมาพร้อมกับการปรับ ตัวชี้วัดความสำเร็จรูปแบบใหม่ (New KPIs) โดยให้ความสำคัญกับ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Impact) มากกว่าการวัดผลจากจำนวนงานวิจัยหรือสิทธิบัตรเพียงอย่างเดียว เพื่อให้มหาวิทยาลัยไทยเป็นกำลังสำคัญในการสร้างธุรกิจนวัตกรรม อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว