วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน อาจขาดคุณสมบัติเนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นฟื้นฟูกิจการว่า เบื้องต้นกรุงเทพมหานครต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง ที่จะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง แต่เพื่อความรอบคอบ ทางกรุงเทพมหานครได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลางอีกครั้ง ว่ากรณีดังกล่าวสามารถทำสัญญาจ้างได้หรือไม่ เนื่องจากกรมบัญชีกลางเป็นผู้ชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติของผู้ยื่นประมูล โดยเข้าใจว่าบริษัทอาจเข้าร่วมประมูลก่อนที่จะประสบปัญหาทางการเงิน
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครต้องการผู้รับเหมาที่มีความมั่นคงทางการเงิน เพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายต้องยึดระเบียบเป็นหลัก เพราะผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้มีอำนาจที่จะตัดสินว่าใครมีสิทธิหรือไม่มีสิทธิ จึงต้องรอความชัดเจนจากกรมบัญชีกลางก่อน เพื่อให้สามารถอธิบายต่อสังคมได้ว่า การตัดสินใจทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักเกณฑ์
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า การประมูลก่อสร้างดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงสุญญากาศ เป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งในสมัย 2 ซึ่งเมื่อทราบประเด็นข้อปัญหานี้แล้ว ก็ได้กำชับผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสที่สุด เพื่อให้ตอบคำถามสังคมได้
ส่วนโครงการระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดนำเสียธนบุรี ที่บริษัทรับจ้างมีความมั่นคงทางการเงิน แต่การก่อสร้างมีความล่าช้านั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า โครงการที่ธนบุรีนี้ มีปัญหามาตั้งแต่ต้น ทั้งการออกแบบที่ไม่สอดคล้องกับสภาพหน้างานจริง ทำให้การดำเนินงานเป็นไปได้ยาก และมีการแก้ไขแบบโดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และทางกรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจ
ขณะที่โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ยังล่าช้าอยู่ขณะนี้นั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า บางโครงการอาจมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องหรืออาจมีเหตุผลอื่น ๆ รวมถึงบางกรณีมีการขยายระยะเวลาตามสัญญาแล้ว จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานและใช้มาตรการตามสัญญาอย่างเคร่งครัด เพราะประชาชนได้รับผลกระทบ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาจะมีบางโครงการล่าช้า แต่ก็มีอีกหลายโครงการ ที่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ตามกำหนด