นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกิจกรรม “การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และตามหาต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร” ณ ลานจามจุรี สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย วันที่ 15 สิงหาคม 2569 โดยมีนางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นายบำรุง สำเนียงงาม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย นางสาวอรยา สูตะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Big Trees และมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารสำนักงานเขตคลองเตย และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสื่อสารทิศทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “ปลูกต้นไม้ใหม่ ควบคู่กับการอนุรักษ์ต้นไม้มรดก เพิ่มสวนป่าในเมือง”
รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้ายกระดับพื้นที่สีเขียวจากการเพิ่มจำนวนต้นไม้ใหม่สู่การเพิ่มคุณค่าและรักษาทรัพยากรเดิม โดยผลักดันโครงการ “ต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร” เพื่อสำรวจต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีคุณค่าต่อเมือง ทั้งด้านการให้ร่มเงา คุณค่าทางสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนระบบนิเวศ พร้อมจัดทำฐานข้อมูลและพิกัดต้นไม้อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งสวนสาธารณะ พื้นที่สาธารณะ ริมถนน และพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการอนุรักษ์และบริหารจัดการในระยะยาว
หัวใจสำคัญคือการยกระดับการคุ้มครองต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียน โดยการตัดแต่งหรือดำเนินการใด ๆ กับต้นไม้มรดก จะต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ก่อนดำเนินการ พร้อมให้ผู้เชี่ยวชาญด้านรุกขกรรมประเมินความเหมาะสม เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามหลักวิชาการ รักษาทรงพุ่ม ร่มเงา และคุณค่าของต้นไม้ไว้ให้มากที่สุด เพราะ “ต้นไม้คือทรัพย์สินของเมือง”
ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การคัดเลือกและขึ้นทะเบียน โดยจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานทางวิชาการที่ชัดเจน ใช้เป็นเกณฑ์เดียวกันทุกสำนักงานเขต และลดการใช้ดุลพินิจในการประเมิน ภายใน 100 วันแรก กทม. ตั้งเป้าจัดทำหลักเกณฑ์ให้พร้อมและเริ่มสำรวจต้นไม้ในทุกพื้นที่เขต ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง เพื่อพัฒนาเป็นระบบสำหรับติดตาม ดูแล และวางแผนอนุรักษ์ต้นไม้มรดกอย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนเสนอข้อมูลต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่บ้านหรือพื้นที่ส่วนบุคคลเข้ามาให้ กทม. พิจารณา รวมถึงจัดทำแนวทางสังเกตสุขภาพต้นไม้เบื้องต้นและช่องทางประสานผู้เชี่ยวชาญด้านรุกขกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีภาคประชาสังคมและกลุ่ม BIG Trees กรุงเทพมหานคร ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อให้การอนุรักษ์ต้นไม้เป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร วางหลักเกณฑ์การประเมินต้นไม้มรดกกรุงเทพมหานคร พิจารณาใน 4 ด้านสำคัญ
1. ด้านกายภาพและชีววิทยา — ต้นไม้มีขนาด อายุ และลักษณะโดดเด่น
พิจารณาจาก ขนาดลำต้น ความสูง ทรงพุ่ม และอายุของต้นไม้ โดยต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ มีเรือนยอดแผ่กว้างและทำหน้าที่เป็นร่มเงาสำคัญของพื้นที่ รวมถึงต้นไม้ที่มีอายุคาดการณ์ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิจารณา สำหรับขนาดลำต้น มีการพิจารณาเส้นรอบวงของลำต้น โดยวัดจากระดับความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 1.30 เมตร และใช้ขนาดเส้นรอบวงของลำต้นไม่น้อยกว่า 1.50 – 2.50 เมตร
2. ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม — ต้นไม้ที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเมือง
พิจารณาจากความเชื่อมโยงของต้นไม้กับประวัติศาสตร์เมือง เช่น เป็นต้นไม้ที่ปลูกในสมัยหรือเหตุการณ์สำคัญ หรืออยู่ในสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ รวมถึงต้นไม้ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเขตและชุมชน ต้นไม้บางต้นอาจเป็นจุดหมายสำคัญของย่าน เป็นแลนด์มาร์กทางภูมิศาสตร์ หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและเรื่องราวของชุมชน จึงมีคุณค่าในฐานะ “ความทรงจำของพื้นที่” ที่ควรได้รับการอนุรักษ์
3. ด้านความหายากและพฤกษศาสตร์ — ต้นไม้ที่มีลักษณะเฉพาะและมีคุณค่าต่อการเรียนรู้
พิจารณาต้นไม้ที่มีคุณลักษณะโดดเด่นด้านพฤกษศาสตร์ เช่น เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่นดั้งเดิมของกรุงเทพมหานคร หรือเป็นต้นไม้ที่มีลักษณะการเจริญเติบโตผิดปกติแต่มีความสวยงามและทรงคุณค่า รวมถึงต้นไม้ที่มีลักษณะเฉพาะ เป็นตัวอย่างสำคัญทางการศึกษา หรือมีคุณค่าในด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้และระบบนิเวศเมือง
4. ด้านคุณค่าทางนิเวศวิทยาเมืองและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ — ต้นไม้ที่สร้างคุณค่าให้เมืองและผู้คน
พิจารณาว่าต้นไม้มีบทบาทต่อระบบนิเวศเมืองหรือไม่ เช่น การสร้างร่มเงา การเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิต รวมถึงคุณค่าที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้กับพื้นที่ ผู้คน และประวัติศาสตร์ของเมือง
กิจกรรมครั้งนี้มีการนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมต้นไม้มรดกภายในสวนเบญจกิติ ได้แก่ ต้นจามจุรี และต้นโพธิ์ใหญ่ เพื่อให้เห็นตัวอย่างของต้นไม้ที่มีคุณค่าทั้งในด้านขนาด อายุ ลักษณะทางกายภาพ และความเชื่อมโยงกับพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นการสื่อสารหลักเกณฑ์การลงทะเบียนต้นไม้มรดก การดูแลรักษาต้นไม้มรดกโดยรุกขกร และเป้าหมายการปลูกต้นไม้ใหม่ควบคู่กับการอนุรักษ์ต้นไม้มรดก
กรุงเทพมหานครเดินหน้าสานต่อนโยบายการเพิ่มพื้นที่สีเขียว หลังบรรลุเป้าหมายระยะแรก “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น” โดย ณ วันสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งวาระแรกตามข้อมูลในโครงการ สามารถปลูกต้นไม้ได้รวม 2,587,180 ต้น ประกอบด้วย ไม้ยืนต้น 1,513,848 ต้น ไม้พุ่ม 891,030 ต้น และไม้เลื้อย/เถา 182,302 ต้น สะท้อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพมหานคร จากความสำเร็จดังกล่าว กทม. จึงเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะที่สอง เพิ่มต้นไม้อีก 2 ล้านต้น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายรวม 4 ล้านต้น โดยกำหนดเป้าหมายเร่งด่วนในช่วง 100 วัน จำนวน 100,000 ต้น ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ระบุว่า สามารถดำเนินการปลูกเพิ่มได้แล้ว 51,500 ต้น แบ่งเป็น ไม้ยืนต้น 23,575 ต้น และไม้พุ่ม 27,925 ต้น
การเดินหน้าสู่เป้าหมาย 4 ล้านต้นไม่ได้มุ่งเน้นเพียง “จำนวนต้นไม้” แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความยั่งยืนของพื้นที่สีเขียว ตั้งแต่การเลือกชนิดพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การสร้างพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมโยงกัน ตลอดจนการดูแลต้นไม้หลังการปลูกให้สามารถเติบโตและสร้างประโยชน์ต่อเมืองได้ในระยะยาวเป็น “การสร้างระบบนิเวศเมือง” โดยเชื่อมต้นไม้ใหม่เข้ากับต้นไม้เดิม ต้นไม้มรดก สวนสาธารณะ สวน 15 นาที สวนป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ และพื้นที่สีเขียวในชุมชนและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เพื่อร่วมกันสร้าง “สวนป่าล้อมเมือง” และทำให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครจึงมุ่งยกระดับการดูแลต้นไม้จากการ “ตัดแต่ง” ไปสู่การ บริหารจัดการต้นไม้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสำรวจและประเมินความเสี่ยง การตัดแต่งอย่างถูกวิธี การดูแลระบบราก การฟื้นฟูต้นไม้ ไปจนถึงการกำหนดพื้นที่ปกป้องต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้ใหญ่สามารถอยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรักษาต้นไม้เดิม คือ “รุกขกร” ที่มีบทบาทในการสำรวจ ประเมินความเสี่ยง และกำหนดแนวทางดูแลต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยคำนึงถึงทั้งสุขภาพของต้นไม้และความปลอดภัยของประชาชน โดยในปัจจุบัน กทม.มีรุกขกรวิชาชีพ 36 คน ผู้ปฏิบัติงานบนต้นไม้วิชาชีพ 4 คน
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้เมื่อทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน สถานศึกษา และประชาชน ตั้งแต่การปลูกต้นไม้ การดูแลต้นไม้เดิม การร่วมค้นหาต้นไม้มรดก ไปจนถึงการแจ้งข้อมูลและร่วมดูแลพื้นที่สีเขียวในชุมชน ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมผ่านเว็บไซต์ BangkokTree: http://tree.bangkok.go.th ที่รวบรวมข้อมูลต้นไม้ในกรุงเทพมหานคร และใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของเมือง