วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการฯ ระดับภูมิภาค โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), กรมชลประทาน, กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ และมอบหมายมาตรการเร่งด่วนในการรับมืออุทกภัยและภัยแล้งในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ
ในระหว่างการประชุม ที่ประชุมได้รับฟังการรายงานสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมจากหน่วยงานหลักต่างๆ โดย ปภ. ได้เสนอแผนเตรียมความพร้อมและระบบแจ้งเตือนภัยในพื้นที่, กรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมกับ สสน. นำเสนอการคาดการณ์สภาพอากาศ ลมฟ้าอากาศ และแนวโน้มพื้นที่เป้าหมาย, สทนช. และกรมชลประทาน รายงานการบริหารจัดการน้ำ การเฝ้าระวังมวลน้ำ และแผนผังน้ำ นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ และน่าน และจังหวัดอื่น ในพื้นที่ รวม 17 จังหวัด ได้นำเสนอการเตรียมความพร้อมในระดับจังหวัด ทั้งการจัดการจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน และการเตรียมแผนสำรองน้ำบาดาลกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อรับมือภัยแล้ง
ภายหลังรับฟังรายงานจากหน่วยงานและจังหวัดต่างๆ ศ.ดร.ยศชนัน ได้มอบหมายภารกิจและมอบหมายเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยสรุปเป็นมาตรการหลัก ดังนี้
ขจัดจุดคอขวดงบประมาณฉุกเฉินเร่งด่วน - มอบหมายให้ สทนช. ประสานงานร่วมกับแต่ละจังหวัด เพื่อตรวจสอบโครงการป้องกันภัยพิบัติที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่ยังขาดแคลนงบประมาณ ให้รีบจัดทำรายละเอียดเสนอเข้าสู่ส่วนกลางอย่างรวดเร็ว เพื่อจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่แก้ปัญหาได้ทันท่วงที ไม่ให้เกิดความล่าช้าจนส่งผลกระทบต่อประชาชน
สร้างระบบ Command & Control และตั้ง War Room มอนิเตอร์ 24 ชั่วโมง - สั่งการให้ฝ่ายเลขานุการและ ปภ. ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ จัดตั้งระบบติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนภัยรุนแรงหรือความผิดปกติของระดับน้ำ ให้รายงานและประสานตรงไปยัง ปภ. และผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อสั่งการได้ทันที
บูรณาการนวัตกรรมและ "Shelter" ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ - มอบหมายให้ทีมทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภาคเหนือ จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว (Shelter) พร้อมนำนวัตกรรมเทคโนโลยี เช่น โดรนสำรวจพื้นที่ ระบบโทรมาตร และแอปพลิเคชันเตือนภัย เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการอพยพและการช่วยเหลือประชาชน
เร่งรัดโครงการสำคัญและเตรียมรับมือแบบครบวงจร (น้ำท่วม-น้ำแล้ง) - กำชับให้เร่งดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำน่าน (ซึ่งมีจุดเปราะบาง 18 จุด) และขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในลำน้ำยม รวมถึงการเตรียมแผนกักเก็บน้ำเพื่อป้องกันวิกฤตภัยแล้งล่วงหน้า
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานครั้งนี้เป็นการนำบทเรียนและประสบการณ์จากปีที่ผ่านๆ มาปรับใช้ โดยเน้นการดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสื่อสารและการช่วยเหลือถึงมือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริงและรวดเร็วที่สุด