วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ นายมาร์ก กุดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าพบหารือความร่วมมือด้านการศึกษา ณ ห้องดำรงราชานุภาพ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
นายประเสริฐ กล่าวว่า ประเทศไทยและสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนานกว่า 400 ปี ซึ่งในปีนี้นับเป็นโอกาสพิเศษครบรอบ 171 ปีแห่งสนธิสัญญาเบาว์ริง (Bowring Treaty) การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดศักราชใหม่ด้านการศึกษาร่วมกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ All for Education ผ่านนโยบายหลัก 5 ด้าน
สำหรับประเด็นความร่วมมือในอนาคต ศธ. ได้เสนอการเจรจาและลงนามบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายในปีนีัหรือต้นปีหน้า โดยจะเน้นขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมบริบทโลกยุคใหม่ เช่น AI, ทักษะสีเขียว (Green Skills) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) พร้อมต่อยอดโครงการพัฒนาครูสอนภาษาอังกฤษอย่าง ReBoot Programme ของ สพฐ. สู่รูปแบบห้องเรียนเสมือนจริง และโครงการ English PreBootz ร่วมกับคุรุสภา เพื่อสร้างศักยภาพครูตั้งแต่ระดับนิสิตนักศึกษาครูประถมศึกษาทั่วประเทศ
รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ในส่วนของอาชีวศึกษาซึ่งเป็นกระดูกสันหลังในการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ศธ. มีเป้าหมายผลิตแรงงานทักษะสูง 1 ล้านคนใน 5 ปี ซึ่งที่ผ่านมาสถาบันอาชีวะไทยได้รับการรับรองหลักสูตร BTEC ของบริษัทเพียร์สันอย่างต่อเนื่อง และพร้อมจะเดินหน้าสู่ระบบ Green TVET รองรับพื้นที่ EEC และนโยบาย Net Zero ของประเทศ นอกจากนี้ยังขอให้สหราชอาณาจักรในฐานะประเทศสมาชิกช่วยสนับสนุนไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD
ด้านนายมาร์ก กุดดิง กล่าวชื่นชมนโยบายปฏิรูปการศึกษาของไทยที่สอดคล้องกับแนวทางของสหราชอาณาจักร โดยระบุว่าทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้านการศึกษามาหลายชั่วอายุคน ซึ่งทางสหราชอาณาจักรยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมเดินหน้าการลงนาม MOU ฉบับใหม่ให้สำเร็จ
นอกจากนี้พร้อมประกาศมอบความสนับสนุนแก่นโยบาย Anywhere Anytime ของ ศธ. ผ่านการจัดชุดเครื่องมือหลักสูตรอบรมครูออนไลน์และระบบ Global Webinars จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของสหราชอาณาจักรให้แก่ทุกโรงเรียนทั่วประเทศไทยฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ได้รับความร่วมมือนี้
นายประเสริฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมรับเสด็จฯ ในวันดังกล่าว และขอขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตฯ และทีมบริติชเคานซิลสำหรับการหารือที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในครั้งนี้ ศธ. มั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรในยุคดิจิทัล จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย และสร้างกำลังคนที่มีทักษะแห่งอนาคตเพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้อย่างมั่นคง