วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักเมื่อสองกระทรวงหลักได้บูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการออกหน่วยบริการเชิงรุกเข้าถึงสิทธิ เสริมอาชีพเพื่อคนพิการ จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ชื่อกิจกรรม “พม.CARE ร้อยเอ็ดถึงที่... ทันใจ ใส่ใจทุกสิทธิ” โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้นำทัพนำบริการสวัสดิการมามอบให้ชาวบ้านถึงที่ พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด และประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่มารอรับบริการเข้าร่วมงานกว่า 500 คน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่มาออกร้าน และจัดรถแห่กลองยาวมาต้อนรับคณะอย่างสนุกสนาน ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน และ นายนิกร ได้ร่วมรำฟ้อนกันชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง
นายนิกร ในฐานะผู้ผลักดันโครงการ ได้กล่าวรายงานถึงเจตนารมณ์สำคัญในการนำบริการมาสู่ชาวร้อยเอ็ดในครั้งนี้ว่า กระทรวง พม. มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและกลุ่มเปราะบางให้ดีขึ้น สิ่งที่นำมามอบให้ชาวบ้านในวันนี้คือการยกระดับการให้บริการก้าวสู่ระบบ Digital Social Welfare อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อระบบ "พม. CARE" (Care • Access • Response • e-Service) ซึ่งเป็นนวัตกรรมดิจิทัลที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐเข้ากับแอปพลิเคชัน ThaiD และแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิมๆ ทั้งการลดขั้นตอน ลดการใช้เอกสารกระดาษ และลดระยะเวลาการดำเนินการ ภายใต้แนวคิดหลัก "ได้สิทธิครบ จบในระบบเดียว" เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเองผ่านสมาร์ทโฟน ติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ และเข้าถึงสวัสดิการได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีความแม่นยำสูงขึ้น
นอกจากนวัตกรรมด้านดิจิทัลแล้ว การออกหน่วยบริการเชิงรุกในครั้งนี้ พม. ยังได้นำบริการที่จับต้องได้มามอบให้ถึงมือชาวบ้านและคนพิการในพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ บริการทางการแพทย์ และการฟื้นฟูสมรรถภาพตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งยังได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญมามุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะด้านอาชีพ เพื่อสร้างรากฐานให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยภายในงานได้มีการจัดสรรและมอบสิทธิสวัสดิการสังคมต่างๆ อาทิ การมอบงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด การมอบเงินสงเคราะห์สำหรับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเปิดบูธให้บริการทำบัตรประจำตัวคนพิการแบบเบ็ดเสร็จ การจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านอาชีพ และการจัดทีมให้คำปรึกษาปัญหาต่างๆ อย่างครบวงจร
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวในฐานะประธานเปิดงานว่า รัฐบาล มีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ตอบสนองนโยบายดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วยการนำนวัตกรรมมาพัฒนาระบบดิจิทัล “พม.CARE” เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์และติดตามสถานะผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบ One Stop Service ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และที่สำคัญคือช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพี่น้องประชาชน ทำให้ทุกคนได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
“สิ่งที่เรานำมามอบให้พี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ดในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ระบบออนไลน์ แต่ยังรวมถึงการให้บริการแบบครบวงจรในพื้นที่จริง ทั้งการรับคำขอผ่านระบบ พม.CARE การออกบัตรประจำตัวคนพิการ การให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสวัสดิการ การส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ การเปิดพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของคนพิการ ตลอดจนการให้บริการด้านการแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการและครอบครัว ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถยืนหยัดพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลในการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และส่งมอบความสุขให้กับประชาชนคนไทยทุกคน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย