จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ว่า วันนี้ผมและคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานได้มีโอกาสต้อนรับคุณทันยา ปาซิฟิโก (Ms. Tanja Pacifico) หัวหน้าสำนักงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration: IOM) สำนักงานประจำประเทศไทยและ สปป. ลาว พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือข้อราชการทวิภาคีร่วมกันครับ
ในการหารือครั้งนี้ กระทรวงแรงงานและ IOM ได้แลกเปลี่ยนและมุ่งผลักดันแนวทางการทำงานร่วมกันในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบ โดยมุ่งเน้นการจ้างงานผ่านความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G-to-G) พร้อมยกระดับบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งรวมทั้งระบบ E-work permit เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความโปร่งใส
นอกจากนี้ ยังได้หารือเรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามกฎหมาย ให้การดูแลแรงงานข้ามชาติภายใต้กฎหมายแรงงานและระบบประกันสังคมอย่างเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติอยู่ในระบบประกันสังคมแล้วกว่า 1.5 ล้านคน
ประกอบกับการร่วมกันพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน สานต่อโครงการร่วมกับ IOM เช่น โครงการรับรองทักษะร่วมกัน (Mutual Recognition of Skills: MRS) และกรอบการทำงานอาเซียน (ASEAN Guiding Principles Phase 3: AGP3) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของแรงงานในภูมิภาค
และที่สำคัญที่สุดคือการขับเคลื่อนการจัดหางานอย่างมีจริยธรรม (Ethical recruitment) มุ่งเน้นธรรมาภิบาลแรงงานและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การโยกย้ายถิ่นฐานเกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนต่อทุกฝ่าย
แรงงานข้ามชาติถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต ก่อสร้าง เกษตรกรรม ประมง และบริการ การบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการจ้างงานเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ความเท่าเทียมทางสังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ
ผมขอขอบคุณ IOM ในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจและทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานมาโดยตลอด กระทรวงแรงงานพร้อมเดินหน้าพัฒนานโยบายและยกระดับมาตรฐานการดูแลแรงงานทุกกลุ่มอย่างดีที่สุดครับ
ด้าน นางสาวทันยา ปาซิฟิโก หัวหน้าสำนักงาน IOM ประจำประเทศไทยและ สปป. ลาว ได้กล่าวชื่นชมบทบาทและการดำเนินงานของรัฐบาลไทยในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ พร้อมสานต่อความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงแรงงานในมิติต่าง ๆ ทั้งการส่งเสริมการจัดหางานที่มีจริยธรรม (Ethical Recruitment) การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางสังคม การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ตลอดจนการขับเคลื่อนประเด็นธรรมาภิบาลแรงงานและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การโยกย้ายถิ่นฐานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน