ไม่พบผลการค้นหา
ป.ป.ช. ลุยภูเก็ต เปิดปฏิบัติการทวงคืนที่สาธารณะ บุกตรวจสอบ "หาดบางเทา" หลังทุนใหญ่รุกล้ำเหิมเกริม โดยมีข้าราชการบางกลุ่ม "หลับตาข้างเดียว" พร้อมสแกนควบโครงการ 500 ล้านบาท สกัดเงินงบประมาณรั่วไหล!

​สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รายงานเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ว่า โดย นายสุชาติ สุนทรีเกษม กรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้อำนวยการ ป.ป.ช. ภาค 8 และจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่เชิงรุก โดยพุ่งเป้าการตรวจสอบไปที่การทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติจากการถูกกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการท่องเที่ยวฮุบครองอย่างผิดกฎหมาย

​คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ประชุมรับฟังปัญหาและลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณ "หาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง" ซึ่งเป็นข้อพิพาทเรื้อรังระหว่างรัฐ ประชาชน และกลุ่มทุน โดย ป.ป.ช. ได้ชี้ให้เห็นถึงกลไกที่บิดเบี้ยวว่า การที่นายทุนสามารถครอบครองที่สาธารณะที่มีมูลค่ามหาศาลได้นั้น ไม่ใช่เพราะความบกพร่องของแนวเขตอย่างเดียว แต่เกิดจากการขาดธรรมาภิบาลและการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ

​เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของกลุ่มทุน ป.ป.ช. ได้เสนอแนะมาตรการขั้นเด็ดขาด ดังนี้

​1. งัดกฎหมายอายัดธุรกรรมที่ดิน กรณีพื้นที่ที่มีข้อพิพาทหรือเป็นข้อสงสัยการรุกล้ำ กรมที่ดินต้องขึ้นบัญชีระงับและห้ามการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนกรรมสิทธิ์ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนชิงขายต่อให้บุคคลที่สามเพื่อฟอกที่ดินและกันตัวเองออกจากคดี

​2. รังวัดฟันอาญา ห้ามลูบหน้าปะจมูก ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งรังวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐจริง ต้องดำเนินคดีอาญาและเรียกค่าเผื่อขาดประโยชน์ทางแพ่งอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการประนีประนอม

​3. จัดระเบียบการเช่าที่ดินรัฐอย่างโปร่งใส ในกรณีที่ทวงคืนพื้นที่สาธารณะกลับมาได้แล้ว หากผู้ประกอบการต้องการใช้ประโยชน์ต่อ ต้องเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตและเสียภาษีค่าใช้ประโยชน์ตามระเบียบให้ถูกต้อง เพื่อนำรายได้เข้าสู่ท้องถิ่น ไม่ใช่การจ่ายส่วยใต้โต๊ะให้ข้าราชการกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

​นอกจากการทวงคืนหาดสาธารณะ ป.ป.ช. ยังได้ตรวจสอบความเสี่ยงในการใช้งบประมาณขนาดใหญ่ของท้องถิ่น 3 โครงการ มูลค่ารวมเกือบ 500 ล้านบาท ได้แก่

​1. โครงการระเบียงกระจกหาดสุรินทร์ (อบจ.ภูเก็ต) 196.9 ล้านบาท

​2. โครงการพัฒนาเรือนจำภูเก็ตเก่าเป็นสวนสาธารณะ (อบจ.ภูเก็ต) 165.8 ล้านบาท

​3. โครงการศูนย์จัดการน้ำ ตำบลสาคู (อบต.สาคู) 130.4 ล้านบาท

​ป.ป.ช. ได้วิพากษ์การใช้งบประมาณว่า โดยเฉพาะโครงการระเบียงกระจกหาดสุรินทร์ ที่อนุมัติใช้จาก "เงินสะสมของท้องถิ่น" ซึ่งตามหลักวินัยการเงินการคลังควรใช้เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนขั้นพื้นฐานของประชาชน การนำไปสร้างสิ่งก่อสร้างด้านการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จึงต้องระมัดระวังไม่ให้เป็นเพียงโครงการที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

​พร้อมกันนี้ ป.ป.ช. ได้ขีดเส้นให้ อบจ.ภูเก็ต และ อบต.สาคู ต้องจัดทำ "แผนบริหารจัดการและงบซ่อมบำรุงระยะยาว" มารองรับก่อนโครงการแล้วเสร็จ เพื่อป้องกันปัญหาคลาสสิกของท้องถิ่นคือ "สร้างเสร็จแล้วทิ้งร้าง" ซึ่งหากเกิดความเสียหาย ป.ป.ช. ยืนยันจะดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน ทั้งในคดีบุกรุกที่ดินและคดีผลาญงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่ไว้หน้า

ปปช ภูเก็ต


ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ