วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิด "ศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง)" พร้อมมอบนโยบายด้าน "Thailand Inclusive Framework : วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสังคมไทยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. เข้าร่วม
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวง อว. ตลอดจนหน่วยงานด้านสังคม ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการนำเอา "องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม" มาเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม การจัดตั้งศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างแห่งนี้นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการ กระจายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงนวัตกรรมสู่ภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องคนพิการในเขตพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก และองค์ความรู้ขั้นสูงได้โดยไม่ต้องเดินทางเข้าสู่ส่วนกลาง อันเป็นการนำสิ่งอำนวยความสะดวกด้านวิทยาศาสดร์วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสู่ผู้ใช้ประโยชน์ในท้องที่ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า "คนพิการมีศักยภาพมากกว่าที่ท่านคิด ความจริงแล้วแค่เราให้เข้าถึงระบบการศึกษาต่างๆ มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ (Assistive Technology) ให้เขาสามารถที่จะได้เรียนรู้ร่วมไปกับพวกเรา เปลี่ยนชีวิตเขาได้ ทั้งเรื่องเกี่ยวกับการพิการทางด้านร่างกาย และ Mental Disability หลากหลายอย่างมากที่เรามีความจำเป็นต้องดูแล พอเราทำเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย Universal Design (UD) แล้ว ข้อดีก็คือคนไทยจะมีอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการที่ราคาถูกแต่คุณภาพดี เราจะไม่เอาของที่คุณภาพไม่ดีให้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าต้องเริ่มด้วยพวกเรา เริ่มด้วยสองมือพวกเรา"
ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกรอบโครงสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและเท่าเทียม (Thailand Inclusive Framework) เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. และกระทรวงพันธมิตร ได้นำไปบูรณาการและขับเคลื่อนร่วมกัน โดยมีเสาหลักในการดำเนินงาน 3 ประการ คือ
การกระจายความเสมอภาคในการเข้าถึงนวัตกรรม (Innovation Accessibility) เพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมจากสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะกลุ่ม ให้กลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนพิการพึงเข้าถึงได้ ศูนย์บริการแห่งนี้จะต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางปัญญาและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็น "อวัยวะเทียมอัจฉริยะ (Smart Prosthetics), เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (Assistive Technology), หรือนวัตกรรมดิจิทัลที่พัฒนาโดยบุคลากรชาวไทย นวัตกรรมเหล่านี้ต้องได้รับการกระจายลงสู่ชุมชน เพื่อทลายข้อจำกัดทางกายภาพ และเปิดโอกาสในการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของผู้พิการอย่างทัดเทียม
การเสริมสร้างศักยภาพเพื่อการดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี (Empowerment & Independent Living) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่าง ยั่งยืน นวัตกรรมและองค์ความรู้จากกระทรวง อว. จะต้องถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับทักษะทางวิชาชีพ การพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้คนพิการสามารถดำรงชีพในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและประเทศชาติ
การบูรณาการการให้บริการภาครัฐอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Government Services) โดย กระทรวง อว. รับผิดชอบด้านการวิจัยและการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี กระทรวง พม. รับผิดชอบด้านการคุ้มครองสิทธิและ จัดสวัสดิการสังคม และกระทรวง สธ. สนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ และกระทรวงแรงงาน ส่งเสริมการฝึกอาชีพและการมีงานทำ และทุกภาคส่วนที่กล่าวมานี้ ต้องสอดประสานการทำงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างเบ็ดเสร็จ ครบวงจร และมีประสิทธิภาพ ณ จุดบริการเดียว (One-Stop Service)
ทั้งนี้ ความสำเร็จของ "ศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง)" จะไม่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้เลย หากปราศจากความร่วมมืออย่างบูรณาการจากทุกภาคส่วน ผมขอประกาศเป้าหมายการขับเคลื่อน Thailand Inclusive Framework ในระยะ 5 ปีข้างหน้า ดังนี้
พัฒนาศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการต้นแบบให้เกิดขึ้นในเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั้ง 4 แห่งของประเทศ
พัฒนาหลักสูตรอาชีพแห่งอนาคตสำหรับคนพิการ โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นฐาน อาทิ ผู้ช่วยคนพิการ ผู้ช่วยดิจิทัล นักทดสอบระบบเพื่อการเข้าถึง ผู้เชี่ยวชาญการเพาะเลี้ยงพืช มูลค่าสูง และอาชีพเทคโนโลยีสมัยใหม่
- ผลักดันการพัฒนามาตรฐาน Universal Design และ Accessible Tourism เพื่อให้ประเทศไทยเป็น สังคมที่ทุกคนเข้าถึงได้
- สนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพ และผู้ประกอบการคนพิการ โดยใช้กลไกวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
- สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กระทรวง พม. สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และองค์กรคนพิการ ให้เป็นพลังร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ได้นำคณะผู้บริหารเยี่ยมชมนิทรรศการและผลงานนวัตกรรมสำหรับช่วยเหลือคนพิการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ เครื่องช่วยสอนพิมพ์อักษรเบรลล์ (Braille Learning) แบรนด์ KidDD ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวง อว.และส่งมอบนวัตกรรมสำหรับคนพิการ การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ตามแนวคิด Universal Design (UD)คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TDS) ผู้ช่วยดิจิตัลและนักทดสอบระบบ (Software OA for Accessibility) บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (iNET) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 (NE2) การควบคุมเกษตรแม่นยำและผู้เชี่ยวชาญการเพาะเลี้ยงพืชมูลค่าสูง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ ในกิจกรรมและพิธีเปิดดังกล่าว ยังมี น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผศ. ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) รศ.ดร.สิทธิชัย แสงอาทิตย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) น.ส.ทิพวัลย์ เวชชการัณย์ รักษาการแทนผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.) สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และ ผศ.ดร.ปภากร พิทยชวาล ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรคนพิการ เข้าร่วมอีกด้วย