ไม่พบผลการค้นหา
'นิกร โสมกลาง' รมว.พม. ปิดการประชุม The 2nd International Operational Dialogue: Countering Cyber-Scam and Forced Criminality หนุนทุกภาคส่วน ร่วมมือไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพ ป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ คุ้มครองผู้เสียหาย

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมาย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีปิดการประชุม The 2nd International Operational Dialogue: Countering Cyber-Scam and Forced Criminality โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ , ผู้แทนจากประเทศสมาชิก , หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ , ผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ

นายนิกร กล่าวว่า การประชุม The 2nd International Operational Dialogue: Countering Cyber-Scam and Forced Criminality เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเผชิญหน้ากับหนึ่งในภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในยุคปัจจุบัน คืออาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ และบ่อนทำลายความมั่นคงของมนุษย์ข้ามพรมแดน ตลอดการประชุมนี้ เราได้ตระหนักร่วมกันถึงความเป็นจริงที่น่าวิตกว่า เครือข่ายอาชญากรรมในปัจจุบันได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดอย่างรวดเร็ว โดยมิได้แยกการค้ามนุษย์ออกจากการหลอกลวงทางไซเบอร์หรือการบังคับให้กระทำความผิดอีกต่อไป หากแต่เชื่อมโยงอาชญากรรมเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายที่มีความซับซ้อน ใช้ประโยชน์จากความเปราะบางของผู้คน สร้างผลประโยชน์มหาศาลโดยมิชอบ และคุกคามความปลอดภัยของสังคมทั่วโลก

นายนิกร กล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ มิใช่เพียงอาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือประเด็นการย้ายถิ่นเท่านั้น หากแต่เป็นการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง ซึ่งผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลวง แสวงหาประโยชน์ ถูกบังคับให้กระทำความผิด และถูกพรากเสรีภาพ ด้วยเหตุนี้ เราจำเป็นต้องดำเนินงานแบบบูรณาการ ที่ผสานการบังคับใช้กฎหมาย การคุ้มครองผู้เสียหาย และความร่วมมือระหว่างประเทศให้ดำเนินไปควบคู่กัน รวมทั้งต้องร่วมกันพัฒนาและยกระดับระบบ SHIELD Web Application ซึ่งมิใช่เป็นเพียงฐานข้อมูล หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศ ที่ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานการปฏิบัติงาน และคุ้มครองผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายนิกร กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทย ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าประเทศไทยพร้อมยืนเคียงข้างทุกประเทศ ในฐานะหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้ ซึ่งข้อผูกพันที่เราได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ในวันนี้ จะได้รับการผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนากฎหมาย การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และการคุ้มครองผู้เสียหายอย่างเหมาะสม เพราะเป้าหมายร่วมของเรา มิใช่เพียงการทำลายเครือข่ายอาชญากรรม หากแต่รวมถึงการคุ้มครองผู้คน ฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสร้างอนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังคงยืนยันเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า การต่อต้านการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของรัฐบาลและสังคม และเดินหน้าส่งเสริมหลักนิติธรรม ยึดมั่นในความรับผิดชอบ และไม่ยอมให้มีการทุจริตหรือการสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมดังกล่าว หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะโดยการทุจริต การใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนา เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องรับผิดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเครือข่ายอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยี บนความเปราะบาง และความไว้วางใจของผู้คนเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ ดังนั้น การตอบสนองของเราจะต้องเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม ทั้งด้วยกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความร่วมมือที่ไร้รอยต่อระหว่างรัฐบาลและประเทศต่าง ๆ ด้วยการผสานทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และเจตนารมณ์ร่วมกัน ซึ่งเราจะสามารถสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรม คุ้มครองผู้เสียหาย และป้องกันมิให้ผู้คนตกเป็นเหยื่อในอนาคต ทั้งนี้ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันลงมือปฏิบัติอย่างรวดเร็ว เป็นเอกภาพ และเด็ดขาด ขอให้เราร่วมกันเปลี่ยนพันธกรณีที่ให้ไว้ในวันนี้ ได้เกิดผลเป็นรูปธรรม เสริมสร้างความร่วมมือ คุ้มครองผู้ที่มีความเสี่ยง และไม่เปิดโอกาสให้เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติมีพื้นที่ดำเนินการต่อไป

นิกร โสมกลางนิกร โสมกลางนิกร โสมกลาง