ไม่พบผลการค้นหา
กกต.ยกคำร้องอดีตผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ รณรงค์โหวตโนในจังหวัดแพร่ ชี้ไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำอันต้องห้ามตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เผยแพร่คำวินิจฉัยของ กกต. เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2 จังหวัดแพร่ กรณีมีการกล่าวหาว่า นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ, นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติ และนายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.ลำพูน พรรคพลังประชาชน ชักชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเสียงไม่เลือกผู้ใดเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือจะมีผลให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

โดย กกต. ได้พิจารณารายงานไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2562 ได้มีประชาชนประมาณ 1,000 คน ไปรวมตัวที่บ้านของนายวรวัจน์ แต่ไม่ปรากฎพยานหลักฐานยืนยันว่า นพ.ทศพรและนายอนุสรณ์อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ส่วนกรณีที่นายวรวัจน์ได้กระทำการชักชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเสียงไม่เลือกผู้ใดนั้นไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำอันต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 กรณีดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองตามข้อกล่าวหา กกต.จึงมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง

นอกจากนี้ กกต. ยังวินิจฉัยกรณีนายเกียรติชัย ติรณศักดิ์กุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (1) ให้ทรัพย์สิน (เงิน) แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตน นั้น กกต.พิจารณารายงานไต่สวนและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2562 เวลาประมาณ 16.00 - 18.00 น. นายเกียรติชัยจัดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ บ้านแม่นามี หมู่ 5 ตำบลนาบ่อ อ.เมืองกำแพงเพชร จริง แต่ไม่มีพยานหลักฐานฟังได้ว่านายเกียรติชัยกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง