นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ณ อำเภอเมือง , อำเภอสมเด็จ และอำเภอกุฉินารายณ์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานบูรณาการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน" ผ่านกิจกรรม “พม.สร้างสวัสดิการ อยู่ดี มีโอกาส” ด้วยการมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. ได้แก่ เงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน และ เงินอุดหนุนและเงินสงเคราะห์ต่างๆ สำหรับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อาทิ
- เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน
- เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง
- เงินอุดหนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน
- เงินโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย
- เงินโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ
- เงินซ่อมแซมบ้านพอเพียงชนบท
นอกจากนี้ มีการมอบบ้านในโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ และรถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ อีกทั้งมีการเยี่ยมชมบูธ "พม.สร้างสุขสำหรับคนทุกวัย" นำเสนอกิจกรรมและผลงานของทีมหน่วยงาน พม. จังหวัดกาฬสินธุ์ และเครือข่ายท้องถิ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน
รมว.นิกร กล่าวว่า ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ในวันนี้เพื่อติดตามการดำเนินงานบูรณาการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย เนื่องจากกระทรวง พม. มีหน้าที่สำคัญในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และคนไร้ที่พึ่ง โดยการมาลงพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ นั้น เพื่อมาดูความคืบหน้าในการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ
ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้วยการสนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุให้เพิ่มมากขึ้นที่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อีกทั้งส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพให้ผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้นทุกปี มีอาชีพ มีรายได้ที่เพียงพอและมั่นคง ขณะเดียวกันจำนวนเด็กที่มีอัตราการเกิดลดลง ซึ่งท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ต้องมีความตื่นตัวในการช่วยเหลือดูแลคุณภาพชีวิตของเด็กในปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนที่น้อยลง ด้วยความใส่ใจมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวง พม. ไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้เพียงหน่วยงานเดียว ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้พี่น้องกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยได้รับสิทธิสวัสดิการสังคมจากภาครัฐถ้วนหน้า นำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ที่มา : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์