วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภาถึง ความเคลื่อนไหวในการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยังคงเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีงานเสวนาหัวข้อ "เปิดหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 2" ณ ชั้น B1-1 อาคารรัฐสภา โดยเป็นการผนึกกำลังของตัวแทนจากหลายภาคส่วนเพื่อร่วมเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสงสัยในความไม่โปร่งใสของการเลือก สว. โดยมีรายนามวิทยากรและผู้ร่วมเสวนาสำคัญ อาทิ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้แทนจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) , อาจารย์ สิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ , นายสาธิต วงศ์หนองเตย นักการเมืองและอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีประชาชน ผู้ที่สนใจ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานเสวนาเป็นจำนวนมากจนเต็มความจุห้องประชุม
ทางด้าน สว.สุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จากกลุ่ม สว.อิสระ ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนและให้กำลังใจ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า iLaw สำหรับการต่อสู้และเปิดเผยข้อมูลกระบวนการฮั้วเลือก สว. พร้อมชี้ว่านี่คือวาระสำคัญระดับชาติที่กระทบต่อโครงสร้างประชาธิปไตยทั้งระบบ
สว.สุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ตนตั้งใจเดินทางมาเพื่อให้กำลังใจนายยิ่งชีพโดยเฉพาะ เนื่องจากมองว่าการออกมาเปิดโปงข้อมูลในสถานการณ์เช่นนี้เป็นการกระทำที่กล้าหาญอย่างมาก ประเด็นการฮั้วเลือก สว. ถือเป็นความผิดปกติครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ลดทอนความน่าเชื่อถือของวุฒิสภาซึ่งเป็นสภาสูง
[เตือนระวัง "ระบอบกินรวบ" โครงสร้างการเมืองไทย]
นอกจากนี้ สว.สุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ยังได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงยุทธศาสตร์และผลกระทบแบบลูกโซ่ หากปล่อยให้มีการควบคุมระดับสภาสูงได้สำเร็จ โดยระบุว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ "ระบอบกินรวบทั้งประเทศ" ซึ่งมีโครงสร้างความเชื่อมโยงดังนี้
การยึดอำนาจสภาสูง: เริ่มต้นจากการได้มาซึ่ง สว. ที่เข้าสภามาด้วยกระบวนการที่ไม่โปร่งใส
การแทรกแซงองค์กรอิสระ: เมื่อได้ สว. กลุ่มนี้เข้าไป จะส่งผลต่อการให้ความเห็นชอบหรือแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระต่างๆ
การควบคุมสภาล่าง: หากองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งถูกครอบงำ ย่อมส่งผลกระทบไปถึงการเลือกตั้งและการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรในท้ายที่สุด
[สว.อิสระ เรียกร้องสังคมร่วมแจ้งเบาะแส สกัดการโกงเชิงโครงสร้าง]
สว.สุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยในเวลานี้ต้องการบุคคลที่กล้ายืนหยัดเพื่อความถูกต้องเช่นนี้อีกมาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนหรือผู้ที่มีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริต กล้าที่จะออกมาเปิดโปงกระบวนการดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการทุจริตที่ฝังรากลึกตั้งแต่ระดับบนสุดลงมาถึงระดับล่าง ซึ่งหากปล่อยผ่านไป ประเทศจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้