ไม่พบผลการค้นหา
สถานเอกอัครราชทูตประเทศยุโรปประสานข้อมูลตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกค้นบริษัทรับทำวีซ่า พบพิรุธ Bank Statement ปลอม ยึดตราประทับธนาคาร-เอกสารอื้อ ขยายผลลูกค้ากว่า 400 ราย เงินสะพัดกว่า 16 ล้าน

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกันแถลงผลการดำเนินคดี หลังเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีเข้าตรวจค้นสำนักงานบริษัทให้คำปรึกษาด้านการยื่นขอวีซ่าแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบและยึด ตรายางปลอมของธนาคารและหน่วยงานต่าง ๆ เอกสารทางการเงินปลอมกว่า 20 ฉบับ รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 4 เครื่อง โดยเชื่อว่าอุปกรณ์และเอกสารดังกล่าวถูกใช้จัดทำเอกสารปลอมเพื่อประกอบคำร้องขอตรวจลงตราเดินทางไปต่างประเทศให้แก่ลูกค้าชาวไทย

หลังรายงานให้ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ทราบ จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งขยายผล โดยนำเอกสารที่ได้รับจากสถานเอกอัครราชทูตไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับข้อมูลจริงจากธนาคารเจ้าของบัญชี

ผลการตรวจสอบพบความผิดปกติในลักษณะเดียวกัน 5 ราย โดย ชื่อผู้ยื่นเอกสารไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีตัวจริง ขณะที่รายการเดินบัญชีในเอกสารที่นำไปยื่นขอวีซ่าถูกแก้ไขดัดแปลง ไม่ตรงกับข้อมูลที่ธนาคารยืนยัน

นอกจากนี้ ยังพบข้อพิรุธอีกจุดสำคัญ เมื่อผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ยื่นคำร้องทั้ง 5 ราย ใช้หมายเลขบัตรเครดิตของธนาคารต่างประเทศ ใบเดียวกัน ในการชำระค่าใช้จ่าย

ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบตรายางของธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง พร้อมเอกสารปลอมอีกหลายรายการ ทั้งหนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชี และเอกสารทางการเงินอื่น ๆ รวมถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 4 เครื่อง จึงตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง เพื่อส่งตรวจพิสูจน์และขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า มีลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวมากกว่า 400 ราย โดยบริษัทเรียกเก็บค่าบริการรายละประมาณ 40,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 16 ล้านบาท

เบื้องต้นพฤติการณ์อาจเข้าข่ายความผิดฐาน ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265 และ 268 รวมถึงความผิดฐาน ปลอมดวงตรา ตามมาตรา 251 และ 252 อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาและฐานความผิดที่แน่นอนจะต้องพิจารณาจากผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง พยานหลักฐาน และสำนวนการสอบสวนต่อไป

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฝากประชาสัมพันธ์ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการจัดทำหรือใช้เอกสารปลอมเพื่อขอวีซ่า สามารถแจ้งข้อมูลต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สถานทูตเจอพิรุธ แจ้ง ตม.ทันที ก่อนลากต่อถึงบริษัทรับทำวีซ่า เปิดแฟ้มเจอทั้ง Bank Statement แต่งตัว ตรายางปลอม และเอกสารการเงินอื้อ แถมขยายผลเจอลูกค้ากว่า 400 ราย ค่าบริการรายละ 4 หมื่น รวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท งานนี้ ตม.เดินหน้าตรวจของกลาง-สาวต่อถึงขบวนการที่เกี่ยวข้อง

775127622_1080508821165688_5019739345099124027_n.jpg


ที่มา : ตำรวจไทย