ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน' ปิดจ็อบเกาหลีใต้ ผุดสะพานนวัตกรรม Seoul-Thailand Bio Bridge พร้อมจับมือ SK Bioscience ถอดรหัสผลิตวัคซีนเอง มุ่งเป้าคนไทยเข้าถึงยารวดเร็ว-ปลอดภัย ไม่ต้องรอซื้อต่างชาติอีกต่อไป

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว., นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. และคณะข้าราชการระดับสูง เดินหน้าปฏิบัติภารกิจสำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและสาธารณสุขของประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนชาวไทย ทั้งในด้านนวัตกรรมการแพทย์และการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ระหว่างปฏิบัติภารกิจช่วงวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2569

ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำคณะเดินทางเยือน Seoul Bio Hub ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) และการแพทย์ที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "Boston ของเกาหลี" พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่รายล้อมด้วยมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และสถาบันวิจัยระดับแนวหน้า โดยทางคณะได้รับการนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching) จากสตาร์ทอัพศักยภาพสูงที่สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับไทยได้โดยตรง อาทิ Cursus Bio (ยารักษาโรคอ้วน), Medical AI (AI ตรวจจับโรคหัวใจ), NeoCannBio (เทคโนโลยีสกัดสารจากกัญชาเพื่อการแพทย์ที่ต่อยอดสมุนไพรไทยได้), และ Petra Intelligence (เทคโนโลยีสแกนร่างกาย 3 มิติเพื่ออุตสาหกรรมสุขภาพ)

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงความสำเร็จในภารกิจนี้ว่า "ประเด็นสำคัญที่สุดจากการหารือในวันนี้ คือการตกลงร่วมกันผลักดัน 'Seoul-Thailand Bio Bridge' เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระบบนิเวศด้าน Bio ระหว่างกรุงโซลและประเทศไทย เป้าหมายคือการปลดล็อกให้สตาร์ทอัพของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันได้ไร้รอยต่อมากขึ้น ทั้งในมิติของการลงทุน การร่วมทำธุรกิจ และการขยายตลาด โดยมี SYP ซึ่งเป็น Global Accelerator มาร่วมขับเคลื่อน

นอกจากนี้ ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราเตรียมที่จะเปิด 'Seoul-Thailand Startup Innovation Space' พื้นที่แห่งนี้เกิดจากข้อริเริ่มภายใต้นโยบาย Science Diplomacy (การทูตเชิงวิทยาศาสตร์) ที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวง อว. กำลังผลักดันร่วมกันอย่างใกล้ชิด การทูตยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการเมืองหรือการค้าอีกต่อไป แต่วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือหัวใจสำคัญ และประเทศไทยกำลังเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มกำลังครับ"

ในภารกิจต่อเนื่อง ได้ร่วมหารือกับ SK Bioscience บริษัทผู้พัฒนาวัคซีนระดับโลกในเครือ SK Group ซึ่งถือเป็นต้นแบบของความสำเร็จจากการเป็นผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ตัวแรกที่เกาหลีสามารถผลิตเองได้ครบทั้งกระบวนการ โดยเป้าหมายของการหารือคือการเร่งศึกษาความร่วมมือทางเทคนิค โดยเฉพาะ เทคโนโลยีการผลิตวัคซีนแบบเพาะเลี้ยงเซลล์ (Cell-Culture-Based) ซึ่งเหนือกว่าวิธีดั้งเดิมที่ต้องเพาะเชื้อในไข่ไก่ เพราะผลิตในระบบปิดที่สะอาดปลอดเชื้อ ทำให้ผลิตได้เร็วกว่าเดิม 2-3 เดือน สามารถผลิตได้คราวละมากๆ และปรับตัวรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์ได้ทันสถานการณ์ นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) ของภูมิภาคจากข้อได้เปรียบด้านฐานข้อมูลและบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการขยายโอกาสไปสู่ตลาดวัคซีนสัตว์ (Animal Vaccines) ที่ตอบโจทย์ภาคปศุสัตว์และการเกษตรของไทย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในสิ้นปีนี้

ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำถึงหัวใจสำคัญของการสร้างอธิปไตยด้านวัคซีนว่า "การมีอธิปไตยทางด้านสุขภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นคงในยามเกิดโรคระบาดที่คนไทยต้องเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยเท่านั้นครับ แต่ยังหมายถึงการที่เราต้องลุกขึ้นมาพัฒนาและ 'เป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง' ไม่ใช่รอเป็นผู้ซื้อเพียงอย่างเดียวตลอดไป บทเรียนจากช่วงโควิดที่ผ่านมาสอนเราเรื่องนี้ได้ชัดเจนมาก นี่คือระดับของเทคโนโลยีที่อยากผลักดันให้ไทยเราเป็นเจ้าของเอง"

ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม