วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ (Grand Opening) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บูรณาการระหว่างการบริการสุขภาพ การเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย รวมทั้งเป็นพื้นที่ต้นแบบสำคัญของประเทศในการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุที่ครบวงจร โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คณะผู้บริหาร ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ เข้าร่วม ณ ศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้สร้างปรากฏการณ์และเป็นหมุดหมายสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนแบบครบวงจรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ ในปัจจุบัน การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุถือเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยการบูรณาการแบบองค์รวม ทั้งองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการแพทย์เข้าด้วยกัน ซึ่งการดูแลผู้สูงอายุนั้นไม่ใช่เพียงการรักษาสุขภาพเพียงมิติเดียว แต่คือการสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทำสตาร์ทอัพกับคนรุ่นใหม่ หรือการเปิดพื้นที่ให้เข้ามา Reskill และ Upskill เพื่อให้ยังสามารถประกอบอาชีพและเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างมีคุณค่า
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่สุดประการหนึ่งที่รัฐบาลกำลังมุ่งเน้นคือ การสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์สัญชาติไทย บทเรียนจากวิกฤตโควิด-19 สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า หากประเทศไม่มีวิทยาการเป็นของตนเองและต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างชาติทั้งหมด ก็เปรียบเสมือนการสูญเสียเอกราช เราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น โทรเวชกรรม (Telemedicine) อุปกรณ์เซ็นเซอร์ติดตามตัว (Wearable Sensor) การจัดการข้อมูลสุขภาพเชิงลึก (Precision Medicine) และการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยกระจายความเจริญทางการแพทย์ (Decentralize) ทำให้แพทย์ 1 คนสามารถดูแลผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้านหรือในพื้นที่ห่างไกลได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล
“กระทรวง อว.พร้อมที่จะผลักดันให้เกิดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมของคนไทย เพื่อให้ผู้ป่วยทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องเผชิญข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการจัดซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องอาศัยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน รวมถึง สปสช. ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนและต่อยอดสตาร์ทอัพไทย” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า การสร้างสังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงการทำให้ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ต้องทำให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคง และมีความสุข
ในโอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร ได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการทางการแพทย์ของศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อาทิ นวัตกรรม VR ฝึกการทรงตัว นวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุ คลินิกการแพทย์แผนไทยธรรมศาสตร์ คลินิกการแพทย์แผนจีนธรรมศาสตร์ Thammasat Lifestyle & Wellness Medical Center รวมทั้งเยี่ยมชมห้องอาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ รวมทั้งอาคารทันตกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่ที่ดูแลให้ความสำคัญกับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ในทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ การดูแลระยะยาว ตลอดจนการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้ายของชีวิต