ไม่พบผลการค้นหา
กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าปฏิรูปการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษายุคใหม่ นำ AI ลดภาระงาน สั่งเร่งทำ Big Data เชื่อมข้อมูลเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้สามารถติดตามตัวตนนักเรียนรายบุคคล ลดความซ้ำซ้อนด้านเอกสาร

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกลไกขับเคลื่อนที่น่าสนใจใน 2 เรื่อง คือเรื่องแรกการพิจารณารายงานผลการตรวจราชการฯ รอบที่ 1 (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อเท็จจริงและอุปสรรคในระดับพื้นที่ ทั้งการขาดแคลนงบประมาณ ความปลอดภัยในสถานศึกษา จึงได้กำชับให้หน่วยงานประเมินส่งรายงานกลับไปยังพื้นที่ต้นสังกัดทันที พร้อมข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหา

เรื่องที่สอง ได้เห็นชอบ (ร่าง) นโยบายการตรวจราชการฯ รอบที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา ควบคู่ไปกับ 5 จุดเน้นสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ได้แก่ การคืนเวลาบริหารจัดการให้ครูเพื่อส่งคืนอนาคตที่ดีให้แก่เด็ก, การลดความเหลื่อมล้ำทั้งในแง่งบประมาณและโอกาสทางการศึกษา, การยกระดับหลักสูตรการเรียนรู้ให้เท่าทันโลกแห่งความเป็นจริง, การสร้างสถานศึกษาที่ปลอดภัยผ่านกลไกของ "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ" และการเร่งผลักดันพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบและคู่มือการตรวจราชการฯ ฉบับปรับปรุงใหม่ โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อลดภาระงานของบุคลากรและสร้างมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงาน พร้อมรับทราบประเด็นต่าง ๆ ได้แก่

- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2569

- ความคืบหน้าการบูรณาการข้อมูลร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษไม่ให้หลุดจากระบบ และผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการตรวจติดตามตามข้อเสนอแนะ ปี 2568 อาทิ การจัดสรรงบจ้างนักการภารโรงครบทุกโรงเรียนสังกัด สพฐ.

- การแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้นในโรงเรียนขนาดเล็ก และการปรับปรุงระบบย้ายครู (TRS) รูปแบบใหม่เพื่อความโปร่งใส

“ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. เร่งปฏิรูประบบฐานข้อมูลกลางด้านการศึกษา (Big Data) โดยทลายการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) สู่การเชื่อมโยงข้อมูลเป็นหนึ่งเดียวในรูปแบบดิจิทัล (Digitize) เพื่อให้สามารถติดตามตัวตนนักเรียนรายบุคคล ลดความซ้ำซ้อนด้านเอกสาร และช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน” รมว.ศธ.กล่าว