ไม่พบผลการค้นหา
'พร้อมพงศ์' ชี้ รื้อใหญ่มหาดไทย อย่าทำเหมือนสลับเก้าอี้ดนตรี ผุดไอเดีย ผู้ว่าฯ 'แม่ทัพเศรษฐกิจจังหวัด' ถึงเวลาประชาชนเลือกผู้ว่าฯ กระตุกสางปมทุจริตสอบท้องถิ่น ย้ำโจทย์ใหญ่ ปรับ ครม. แก้ปัญหาค่าครองชีพ ฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ส่งสัญญาณ อาจจะมีการปรับทัพข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย หลายตำแหน่ง พร้อมกับให้คำมั่นอย่างหนักแน่นอีกด้วยว่า จะรีเซตกระทรวงมหาดไทยใหม่ ขอให้ทำเรื่องงานเป็นหลัก เรื่องส่วนตัวเป็นศูนย์ อย่าทำให้เป็นกระทรวงมหาไถ จะไม่ปกป้องคนทำผิดนั้น ตนเห็นด้วยเลย จะถือว่าเป็น สัญญาประชาคม ที่ให้กับประชาชน 

บทบาทภารกิจกระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสู่จังหวัด การยกระดับกระทรวงจึงต้องวัดจากความโปร่งใส ประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ อย่าทำให้ดูเหมือนการโยกย้ายตำแหน่งคือ สลับหมุนเวียนเก้าอี้ดนตรี จากกรณีที่พบความผิดปกติคะแนนสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น กว่า 5,000 ราย เป็นเรื่องที่ต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำที่ไม่ชอบ ไม่ว่าคนนั้นจะมีตำแหน่งใหญ่โตขนาดไหน ต้องไม่มีข้อยกเว้น เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชนต่อระบบราชการ เพราะความโปร่งใสคือหัวใจของการบริหารประเทศ

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ขอเสนอให้ยกระดับบทบาทผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นแม่ทัพเศรษฐกิจของจังหวัด ทำหน้าที่บูรณาการทุกภาคส่วน สร้างงาน สร้างรายได้ ดึงการลงทุน ดูแลเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเร่งแก้ไขปัญหาปากท้อง ประชาชนคาดหวังจะได้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การให้บริการที่รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชนอย่างทันท่วงที การแจ้งเตือน บริหารจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง จัดการไปถึงต้นตอขาใหญ่แหล่งที่มา เพราะทุกวันนี้ ยาเสพติดหาง่าย ขายคล่อง แพร่ระบาดอย่างหนัก นอกจากนี้ยังอยากเห็น การนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาช่วยการทำงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็ง 

“ข้อเสนอที่มีการพูดมาทุกยุคทุกสมัย อยากให้เกิดการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะผู้ว่าจังหวัด ให้ประชาชนในจังหวัดนั้นๆได้มีโอกาสเลือกผู้ว่าฯ เป็นของตัวเอง ดีกว่าให้ส่วนกลางโยกคนลงมา และบางครั้งเราจะเห็นคนที่มาอยู่ในตำแหน่งไม่นานก็จะเกษียณแล้ว จึงไม่เกิดการเร่งรัด พัฒนางานจังหวัด ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างที่ควรจะเป็น โดยเรื่องนี้อาจจะนำร่องในจังหวัดที่มีความพร้อม เพื่อให้อิสระในการบริหารจัดการแต่มีดัชนีชี้วัดที่เข้มข้นทั้งในเรื่องผลงานและความโปร่งใสการบริหารงาน”นายพร้อมพงศ์กล่าว

อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสข่าวการปรับครม.นั้น แม้นายกรัฐมนตรี จะออกมาปฏิเสธ ยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้ แต่จะช้าหรือเร็วจะมีการปรับครม.แน่นอน แต่จะปรับใคร ตำแหน่งใดบ้าง ตนไม่ก้าวล่วง เพียงแต่ขอสะท้อนไปถึงความต้องการของประชาชน เมื่อไปสำรวจความคิดเห็นคราใด มักได้ยินความคิดเห็น อยากให้นายกฯเลือกคนให้เหมาะกับงาน บูรณาการทุกภาคส่วน แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพ ค่าพลังงานที่พุ่งขึ้นสูง กวาดล้างขบวนการสีเทา ฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่นายกรัฐมนตรี ต้องตระหนักรับฟังถึงเสียงสะท้อน อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง