วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาวาระเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... (Lemon Law) ที่เสนอโดยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,111 คน เป็นผู้เสนอ
โดยประธานแจ้งว่าร่างฉบับนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาในวาระที่หนี่งของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ซี่งรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบให้พิจารณาต่อไปตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในวันนี้จะเป็นการพิจารณาร่างในวาระที่หนี่งขั้นรับหลักการ เนื่องด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสมาชิกได้เสนอร่างมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา ซึ่งเป็นร่างมีหลักการทำนองเดียวกันอีก 5 ฉบับ ที่เสนอโดย ครม. นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ กับคณะ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล กับคณะ นางสาวขัตติยา สวัสดิผล กับคณะ และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี กับคณะ ดังนั้น จึงขอนำร่างทั้ง 6 ฉบับ มาพิจารณาพร้อมกัน
สำหรับหลักการและเหตุผลของร่างสรุปว่า บทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังไม่ได้ให้ความคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายอย่างชัดเจนและเพียงพอ โดยเฉพาะกับสินค้าที่ผู้ซื้อไม่อาจเห็นความชำรุดบกพร่องของสินค้าได้ในเวลาซื้อขายหรือส่งมอบสินค้า สมควรกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของความชำรุดบกพร่องของสินค้า สิทธิของผู้ซื้อและผู้ขาย และความรับผิดของผู้ขายตามประเภทของสินค้าให้เกิดความเหมาะสม รวมถึงการเยียวยากรณีสินค้ามีความชำรุดบกพร่อง เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาในปัจจุบัน ที่จะเป็นการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จากนั้น สมาชิกต่างอภิปรายอย่างกว้างขวาง อย่างนายสหัสวัต คุ้มคง สส.จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะมีกฎหมายนี้ ซึ่งคิดว่ามีประโยชน์ 3 เรื่อง คือ ความชัดเจนเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ให้สิทธิผู้บริโภคมากขึ้น ตัดทอนมิจฉาชีพ และยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบการ โดยอยากฝาก รัฐบาลในการออกมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการ ทั้ง upskill และ reskill ให้มีความสารถในการผลิตสินค้า เพื่อให้สอดรับกับกฎหมายนี้
ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ... (Lemon Law) ยกสาระสำคัญกฎหมาย เพื่อยกระดับระบบคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดสิทธิของผู้ซื้อและผู้ขายให้ชัดเจน สร้างกลไกเยียวยาต่อสินค้าชำรุดให้เป็นธรรม เพื่อให้ระบบสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและมาตรฐานในระดับสากล
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.จังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจ ฝากข้อเสนอไปถึง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาร่างเป็นรายมาตราว่า ควรมีการกำหนดบทลงโทษ เช่น ในร่างของ ครม. มาตรา 31 ที่ระบุว่า ผู้ขายต้องรับผิดชอบความเสียหาย หากสินค้าประเภทรถยนต์ชำรุดบกพร่องภายใน 1 ปี หรือระยะทางไม่เกิน 10,000 กิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ และรถจักรยานยนต์ระยะเวลา 6 เดือน ระยะทางไม่เกิน 5,000 กิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ มาตรา 42 ให้รับผิดชอบกรณีผู้บริโภคซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยหากพบชำรุดเสียหายภายในไม่เกิน 14 วัน จะต้องเปลี่ยนสินค้าใหม่ ไม่เช่นนั้นผู้บริโภคมีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาซื้อขายได้ ซึ่งทั้ง 2 มาตรา กำหนดหน้าที่ของผู้ขายอย่างชัดเจน แต่ไม่มีสภาพบังคับ ขาดบทลงโทษ
ท้ายที่สุด ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างทั้ง 6 ฉบับ ด้วยคะแนนเสียง 420 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 24 คน สัดส่วน ครม. 4 คน ผู้แทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 8 คน สส. 12 คน และให้ใช้ร่างของ ครม. เป็นหลักในการพิจารณา