วันที่ 21 สิงหาคม 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำกำลังพลชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บูรณาการสนธิกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีนีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ในเขตเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้นศาลอาญาในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยมี ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน พลตำรวจตรี พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง ร่วมลงพื้นที่
โอกาสนี้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีนีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าวในเขตเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ ได้บูรณาการร่วมกันครั้งสำคัญในการป้องกันและปราบปรามขบวนการนอมินีต่างด้าว ซึ่งอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเข้ามาถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจต้องห้ามในราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเขตเมืองพัทยา และอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยมีนโยบายชัดเจนในการปกป้องทรัพยากรที่ดินของชาติ สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ ตลอดจนป้องกันมิให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ การแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม และการถือครองทรัพยากรที่ดินของประเทศในระยะยาว
กระทรวงยุติธรรมจึงได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีอำนาจสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบในวงกว้าง เร่งรัดขยายผลการสืบสวนกรณีการใช้นอมินีในหลายพื้นที่รวมถึงเขตเมืองพัทยา และ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนนำมาสู่การปฏิบัติการในวันนี้ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ดำเนินการเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายจำนวน 3 จุด ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งการตรวจค้นในครั้งนี้ ดำเนินการเป็นไปตามหมายค้นของศาลโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยเป้าหมายสำคัญของการตรวจค้นในครั้งนี้ คือการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ รวมถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล รวมทั้งข้อมูลที่อาจถูกจัดเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล หรือระบบคอมพิวเตอร์ประเภทต่าง ๆ
โดยพยานหลักฐานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสอบสวน เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ในบางกรณีไม่สามารถค้นหาได้จากแหล่งข้อมูลทั่วไปหรือจากหน่วยงานราชการ และอาจเป็นข้อมูลที่ใช้ในการพิสูจน์ความสัมพันธ์ การติดต่อประสานงาน ตลอดจนพฤติการณ์เชื่อมโยงระหว่างบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ในการดำเนินการเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลภายใต้กรอบอำนาจตามกฎหมาย รวมถึงการคัดลอกและตรวจสอบข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ การเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่มีความจำเป็น อาจดำเนินการยึดหรืออายัดอุปกรณ์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อรักษาพยานหลักฐานและนำไปตรวจพิสูจน์ตามกระบวนการต่อไป
อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจค้นในวันนี้เป็นเพียงขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนยังได้รับความคุ้มครองตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างและยินดีต้อนรับนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต โปร่งใส และเคารพกฎหมายไทย แต่จะไม่ยอมให้มีการใช้ช่องว่างทางกฎหมายหรือการจัดตั้งนิติบุคคลอำพราง เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียม รวมทั้งขยายผลไปยังผู้สนับสนุน ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงทุกระดับ และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการกำลังในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ