ไม่พบผลการค้นหา
ศาลกัมพูชาตัดสินจำคุกนักกิจกรรมฝ่ายค้าน 7 คน ในข้อหากบฏ จากการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์สนับสนุน ‘สม รังสี’ อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ท่ามกลางความกังวลต่อการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามและผู้เห็นต่างจากรัฐบาล ‘ฮุน เซน’ที่รุนแรงขึ้น

‘สม รังสี’ ศัตรูทางการเมืองคนสำคัญของนายกรัฐมนตรี 'ฮุน เซน' ลี้ภัยไปยังฝรั่งเศสนับตั้งแต่ปี 2558 เพื่อหลบหนีโทษจำคุกจากข้อหาต่างๆ ที่เขาชี้ว่ามาจากแรงจูงใจทางการเมือง โดยได้ให้สัญญาว่าจะเดินทางกลับมายังกัมพูชาอีกครั้ง แต่ความพยายามกลับบ้านของอดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาเมื่อเดือน พ.ย. 2562 ก็ถูกขัดขวางโดยนายกรัฐมนตรี ‘ฮุน เซน’ ที่ชี้ว่านี่เป็นความพยายามรัฐประหาร และยังได้ส่งหมายจับสม รังสี ไปยังบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน   

ขณะที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2563 ศาลจังหวัดตโบงฆมุม ทางตะวันออกของกัมพูชาได้พิพากษาจำคุกนักกิจกรรมฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล 7 คน ในฐานกบฏ จากการที่พวกเขาได้โพสต์ความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กเมื่อปีที่แล้วสนับสนุนความพยายามกลับประเทศของสม รังสี โดยนักกิจกรรมในจำนวนนี้ 4 คน ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีและไม่ได้เข้าฟังการพิจารณาคดี ถูกศาลตัดสินโทษจำคุก 7 ปี และออกหมายจับ ขณะที่นักกิจกรรมอีก 1 คน ที่ถูกตัดสินโทษเหมือนกันถูกจำคุกอยู่ก่อนแล้ว ส่วนนักกิจกรรมอีก 2 คน ที่ถูกตั้งข้อหากบฎ ศาลได้ตัดสินจำคุก 5 ปีแต่ให้รอลงอาญา โดยทั้งคู่ได้แปรพักตร์มาอยู่กับพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ ซีพีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเรียบร้อยแล้ว 

รายงานระบุว่าระหว่างที่ศาลกำลังมีคำพิพากษา สมาชิกครอบครัวราวๆ 100 คน ของจำเลยในคดีนี้ได้ชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าศาล ขณะที่ทนายของพวกเขาระบุว่าคำตัดสินดังกล่าวไม่ยุติธรรม นักกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ก่ออาชญากรรม ทั้งยังเผยว่าในบรรดากกิจกรรมที่ถูกตัดสินจำคุกด้วยข้อหากบฎ มี 1 คน ที่เพิ่งคลอดลูกและร่างกายยังอ่อนแอ โดยทนายประกาศจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว 

สหประชาชาติเผยว่านับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาจับกุมผู้ที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนไปแล้ว 24 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงนักกิจกรรมฝ่ายค้าน นักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงศิลปินแรปที่มีผลงานเพลงพูดถึงประเด็นสังคม อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาสกัมพูชาระบุว่าการจับกุมเหล่านี้เป็นไปเพื่อป้องกันความวุ่นวายและทำให้แน่ใจว่าประชาชนจะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติเรียบร้อย แต่นักสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนท้องถิ่นอย่างลิคาโด (Licadho) ระบุว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้น่ากังวลและสถานการณ์การเมืองกัมพูชากำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติมองว่า สถานการณ์ตอนนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่อดทนต่อคนเห็นต่างและจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ปกครองกัมพูชามาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2528 ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลก ขณะที่คำตัดสินของศาลเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ก็เกิดขึ้นหลังจากที่ไม่กี่วันก่อนหน้านั้นสม รังสี ได้เปิดเผยว่ามีแผนใหม่ที่จะเดินทางกลับกัมพูชา แต่ก็ได้ไม่เผยถึงกำหนดวันและรายละเอียดอื่นๆ 

อ้างอิง CNA / RFA