วันที่ 19 มิถุนายน 2569 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงว่า จากการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินหมุนเวียนในระบบที่เกี่ยวข้องกับ Forex (ซึ่งประเทศไทยไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง) จากการสืบสวนสอบสวนบริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือโบรกเกอร์ ที่มีการชักชวนลงทุน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1: กลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดหน้าเพจชักชวนลงทุน 4 บริษัท ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน
กลุ่มที่ 2: กลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่ชักชวนลงทุนในลักษณะสอนเทรด หรือ IB (Introducing Broker) ทำหน้าที่สอนและส่งต่อไปยังโบรกเกอร์
กลุ่มที่ 3: กลุ่มเพย์เมนต์ (Payment) ที่ทำหน้าที่รับ-ส่งเงิน
โดยทั้ง 3 กลุ่มนี้ เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันทั้งหมด
ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่สืบสวนมานานกว่า 6 เดือน โดยสืบผ่านแก๊งสแคมเมอร์และพนันออนไลน์ จนพบช่องทางการโอนเงินผ่านเพย์เมนต์ ทำให้เห็นช่องว่างว่ากลุ่ม Forex มีการโอนเงินผ่านช่องทางดังกล่าว จึงทำการตรวจสอบเพิ่มเติม
สำหรับพฤติการณ์ พบว่าผู้เสียหายถูกชักชวนจากกลุ่มโบรกเกอร์ให้เข้ามาร่วมเทรดหุ้น โดยมีการจัดสอน และให้โอนเงินเข้าสู่ระบบเพย์เมนต์ไปยังสกุลเงินต่าง ๆ ที่ผ่านมามีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนจำนวนมาก บางรายสูญเสียเงินกว่า 70 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายรวมเป็นพันล้านบาท
จากการตรวจสอบพบบริษัทในกลุ่มเพย์เมนต์จำนวน 19 บริษัทที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย โดยมี 15 บริษัทที่มีการดำเนินกิจการอยู่จริง แต่อีก 4 บริษัทตั้งอยู่ในสถานที่ร้าง ไม่มีตัวตนและการดำเนินงานจริง แต่มีการจดทะเบียนพาณิชย์ไว้
ส่วนพฤติกรรมของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พบว่ามีการโอนเงินผ่านระบบเพย์เมนต์ไปยังบัญชีของนายภาวุธ จำนวน 28 ล้านบาท โดยแบ่งโอนครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง ภายในวันเดียว ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งเข้าข่ายอยู่ในกลุ่มการกระทำความผิดกลุ่มที่ 3
ด้าน นายรัฐภูมิ อยู่ในกลุ่มผู้กระทำความผิดกลุ่มที่ 1 คือกลุ่มโบรกเกอร์ที่มีการชักชวนผู้เสียหายเข้ามาร่วมลงทุน
ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ยืนยันว่า ทั้งสองคนยังไม่มีการออกหมายจับหรือหมายเรียก และยังไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิดในตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจง หรือนำข้อมูลมามอบให้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง และไม่ได้รับความกดดันใด ๆ แต่เป็นการสืบสวนสอบสวนที่ดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจึงเข้าตรวจค้นเพื่อรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ หากปล่อยไว้นานกว่านี้อาจทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าเดิม และอาจมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ หลังจากมีการปิดสมัยประชุมสภาในช่วงเดือนกรกฎาคม จะมีการออกหนังสือเพื่อเชิญนายภาวุธเข้ามาชี้แจง หรือหากสะดวกจะเข้ามาพบก่อนทางเจ้าหน้าที่ก็ยินดี
นอกจากนี้ หลังการตรวจค้นเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้มีการออกหมายเรียกพยานให้เข้ามาให้ข้อมูล และมีผู้สมัครใจเข้ามาให้ข้อมูลแล้ว โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่ถูกระงับบัญชีเบื้องต้น : ซึ่งบางรายสามารถชี้แจงที่มาของเงินในบางบัญชีได้ ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่ามีบัญชีใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
กลุ่มที่เข้าไปเทรด : ซึ่งอาจจะยังมีความสงสัยและไม่มั่นใจว่าเป็นผู้เสียหายหรือไม่ หรือเงินที่เทรดเข้าไปแล้วถูกระงับในระบบจะสามารถถอนคืนได้หรือไม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเร่งตรวจสอบโดยเร็วเพื่อคัดแยกเงินส่วนที่เกี่ยวข้องความผิดออกจากส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด