ไม่พบผลการค้นหา
อว. ผนึกพันธมิตรเปิดตัว 'Positive Lists' เร่งสปีด Future Food ไทย 'ยศชนัน' ชูธงศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งเอเชีย พร้อมดันมูลค่าแตะ 5 แสนล้าน

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานและประกาศความร่วมมือขับเคลื่อน Positive Lists ในงาน “From Science to Shelf: Positive Lists เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุน และยกระดับอุตสาหกรรมอาหารอนาคตไทยสู่มูลค่าสูง” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารอนาคตของไทย รวมถึงรายงานผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า และถอดบทเรียนจากการขับเคลื่อน Positive Lists ให้ข้อมูลและแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการในการนำ Positive Lists ไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์และสื่อสาร Health Claims อย่างถูกต้อง และสร้างกลไกติดตามข้อมูลการใช้ประโยชน์จาก Positive Lists เพื่อนำไปสู่การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ ณ อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 สอวช.

งานนี้จัดโดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวง อว. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สถาบันอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า Future Food เป็นโครงการสำคัญระดับ Flagship ของประเทศไทย ที่สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้อย่างสมบูรณ์ การจัดทำบัญชีรายการสารสำคัญ (Positive Lists) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการ Accelerate (เร่งความสำเร็จ) ของอุตสาหกรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยไม่ต้องเสียเวลารอการทดสอบเป็นรายกรณี อีกทั้งยังดึงจุดเด่นของประเทศไทย ทั้งความหลากหลายทางชีวภาพและชัยภูมิที่ตั้งการเป็น ASEAN Gateway ที่เชื่อมโยงไปยังตลาดใหญ่อย่างจีนตอนใต้ อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“กระทรวง อว. ตั้งเป้าหมายร่วมกับหน่วยงานบริหารจัดการทุน (บพข., สกสว., สวก.) ในการผลักดันรายการกล่าวอ้างหน้าที่ของสารสำคัญจากปัจจุบันที่มี 16 รายการ (และอยู่ระหว่างขอรับทุน 48 รายการ) ให้เพิ่มขึ้นเป็น 150 รายการภายในปี 2570 พร้อมตั้งเป้าหมายดันมูลค่าตลาดอาหารอนาคตจากประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ไปสู่ 500,000 ล้านบาท ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยกระตุ้นระบบนิเวศนวัตกรรมทั้งระบบ เกิดการวิจัยและทดสอบในคนและในสัตว์ เกิดศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ และดึงดูดการลงทุนจาก Venture Capital (VC) เข้ามา เปลี่ยนผ่านประเทศไทยตั้งแต่เกษตรกรฐานรากไปจนถึงการสร้างธุรกิจระดับยูนิคอร์น” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จในฐานะ “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน จากความแข็งแกร่งด้านเกษตรกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยข้อมูลในปี 2564 พบว่าตลาดอาหารอนาคตไทยมีมูลค่าประมาณ 356,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 8.6% ต่อปี ซึ่งอาหารสุขภาพและสารประกอบเชิงฟังก์ชันมีสัดส่วนสูงถึง 39% ของตลาด สะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบไทย เช่น กระชายดำ ขิง กะเพรา ขมิ้นชัน โกโก้ ไปสู่สารประกอบเชิงฟังก์ชันและผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพมูลค่าสูง โดยโจทย์สำคัญคือไทยต้องยกระดับจาก Food Producer ไปสู่ Food Innovator

ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวต่อว่า ระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับภาคีเครือข่ายว่า ภายในปี พ.ศ. 2570 ประเทศไทยจะมีมูลค่าตลาดเกษตรและอาหารรวม 4.5 ล้านล้านบาท และผลักดันสัดส่วนอาหารอนาคตให้เติบโตเป็น 1.2 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 25 ของตลาดทั้งหมด พร้อมก้าวสู่การเป็น Future Food Innovation Hub of Asia โดยการขับเคลื่อนจะดำเนินผ่าน 3 มิติ ได้แก่ การสร้างอุตสาหกรรมอาหารอนาคต การสร้างเทคโนโลยีของประเทศไทยเอง และการสร้างคนควบคู่กับการสร้างตลาดอนาคต

ในงานครั้งนี้ยังได้จัดเวทีเสวนา “Synergistic Government: บูรณาการยกระดับอาหารอนาคตไทยสู่เป้าหมาย 500,000 ล้านบาท” โดยผู้แทนจากภาครัฐ ระบบอาหารแห่งชาติ สอวช. อย. มกอช. และหอการค้าไทย เพื่อหารือแนวทางบูรณาการข้ามหน่วยงาน ซึ่ง ดร. วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย มองว่า เป้าหมาย 500,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารอนาคตของไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Functional Food & Functional Ingredients ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนหลักในการส่งออกสินค้าอาหารอนาคตของไทย นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนา “Winning the Claim Game: Positive List สินค้าผ่านเคลมไว เพิ่มโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยได้เร็วขึ้น” ซึ่งมุ่งให้ข้อมูลเชิงปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการในการใช้ Positive Lists เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารประโยชน์ทางสุขภาพอย่างถูกต้อง พร้อมกิจกรรมบูธและพื้นที่ให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ Positive Lists จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

Website: www.nxpo.or.th / Facebook: https://www.facebook.com/NXPOTHAILAND/

ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม