ไม่พบผลการค้นหา
พร้อมพงศ์ ชี้ ไทยช่วยไทยพลัสช่วยได้ แต่ประชาชนยังไปไม่ถึงปลายทาง จี้รัฐทบทวนภาษีดีเซล 3 เดือน เร่งช่วยกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิ ย้ำ วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่คือลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้และโอกาส

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภายหลังโครงการไทยช่วยไทยพลัสดำเนินการมา 6 วัน ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับทั้งคนซื้อ คนขาย และผู้ประกอบการรายย่อยในหลายพื้นที่ พบว่ามาตรการดังกล่าวช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ทำให้เงินหมุนเวียนในตลาดดีขึ้นในระดับหนึ่ง สะท้อนว่ามาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลสามารถแบ่งเบาภาระและช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากได้

อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากประชาชนยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง รายได้เพิ่มไม่ทันรายจ่าย พ่อค้าแม่ค้าหลายรายยังขายของได้ไม่เต็มที่ ขณะที่ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาในการเข้าถึงสิทธิหรือใช้งานระบบดิจิทัลไม่คล่อง

ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง ที่เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และผู้ตกหล่นจากระบบสวัสดิการของรัฐ ผ่านการใช้กลไก อสม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยยืนยันตัวตน แนะนำการใช้งาน และป้องกันไม่ให้ประชาชนตกหล่นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยช่วยไทยพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ของรัฐบาล

นอกจากนี้ ได้เห็นข่าวกรณีผู้ป่วยโรคมะเร็งที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษา เมื่อไปใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับสแกนใบหน้าไม่ผ่าน ทั้งที่เป็นเจ้าของสิทธิตัวจริง ปัญหานี้อยากให้ภาครัฐหาแนวทางป้องกันและแก้ไข เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ควรได้รับสิทธิต้องเสียสิทธิจากข้อจำกัดของระบบ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า แม้มาตรการช่วยเหลือของรัฐจะช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่รัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กันไป เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มกำลังซื้อในชุมชน และลดต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการพิจารณาทบทวนภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเป็นการชั่วคราว 3 เดือน เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง ลดต้นทุนการค้าขาย และช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว

“รัฐบาลมาถูกทางแล้ว แต่ประชาชนยังไปไม่ถึงปลายทาง เพราะการช่วยเหลือจะสมบูรณ์ได้ ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง หรือประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิของรัฐ ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องเร่งลดต้นทุนพลังงาน เพราะทุกครั้งที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น คนไทยทั้งประเทศต้องแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่คือค่าครองชีพที่ลดลง รายได้ที่เพิ่มขึ้น และโอกาสในการลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง เพราะปัญหาปากท้องไม่ใช่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของชีวิตประชาชน” นายพร้อมพงศ์ กล่าว