วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือและพิจารณาวาระสำคัญหลายประเด็น เพื่อยกระดับและแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาเอกชนในปัจจุบัน
ในช่วงต้นของการประชุม รมว.ศธ. ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้สั่งการและเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยของครูและนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นกรณีพิเศษ
"เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอาจส่งผลกระทบในวงกว้างไปถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของโรงเรียนเอกชน รวมถึงระบบการศึกษาในภาพรวม ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงฯ ต้องให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างสูงสุด" รมว.ศธ. กล่าว
นอกจากนี้ รมว.ศธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กช. ได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับการให้สิทธินำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ของโรงเรียนเอกชนใน 2 กรณีหลัก ประกอบด้วย
1. ประเด็นสิทธิของตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ซึ่งตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มาตรา 73 และ 74 ได้กำหนดให้ผู้มีสิทธิคือ ผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ารองผู้อำนวยการบางรายไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่สอน จึงไม่เข้าข่ายคุณสมบัติดังกล่าว ที่ประชุมจึงมีมติให้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขคำนิยามหรือมาตรการเยียวยา โดยให้นำผลการหารือมาเสนอต่อที่ประชุมในครั้งหน้า
2. ขณะเดียวกัน ในส่วนของประเด็นสิทธิของครูชาวต่างชาตินั้น เนื่องจากปัจจุบันมีสถานศึกษาเพียงส่วนน้อยที่ประสงค์จะสมทบเงินให้ครูต่างชาติ ประกอบกับสถิติชี้ให้เห็นว่าครูต่างชาติมักพำนักและทำงานในประเทศไทยเฉลี่ยเพียง 6-7 ปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับระเบียบของกองทุนฯ ที่กำหนดให้ต้องนำส่งเงินสะสมต่อเนื่องถึง 10 ปีเพื่อรับสิทธิประโยชน์เต็มจำนวน ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเรื่องดังกล่าวไปศึกษาถึงผลกระทบและความจำเป็นอย่างรอบด้าน ก่อนนำกลับมาเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานในอีกหลายส่วน อาทิ การนำเงินเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ไปช่วยเหลือเยียวยาโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ, การออกประกาศ สช. เรื่อง แนวทางการสอนวิชาภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และประวัติศาสตร์ไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานสำหรับโรงเรียนนานาชาติ และความคืบหน้าการหาแนวทางช่วยเหลือด้านภาษีที่ดินและภาษีโรงเรือนให้แก่ผู้ประกอบการโรงเรียนเอกชน (เช่น โรงเรียนสอนขับรถ) ที่ต้องการขอรับสิทธิ์ดังกล่าว
รมว.ศธ. ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์อัตราการเกิดของเด็กไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียง 4.1 แสนคน (จาก 4.8 แสนคนในปี 2568) ซึ่งสอดคล้องกับข้อห่วงใยของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่แนะให้กระทรวงฯ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งกำหนดนโยบายบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.