ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยผ่านสื่อโซเชียลวันนี้ (14 สิงหาคม 2569) โดยระบุถึงประเด็น ปั้น "Tech Warrior" เชื่อมมหาวิทยาลัย-อาชีวศึกษา-SMEs-ชุมชน สู้ “Tech War” ในอนาคต
โดยวันนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้รับฟังความคืบหน้า "สมุดปกขาวมหาวิทยาลัยกลุ่ม 2" หลังจากมอบโจทย์ไปเมื่อ 3 เดือนก่อน ต้องขอชื่นชมและขอบคุณผู้บริหารทั้ง 19 แห่งที่จับมือกันทำงานอย่างจริงจังจนได้แผนที่ชัดเจนมาก
มหาวิทยาลัยกลุ่ม 2 (กลุ่ม มทร. พระจอมเกล้า และ ม.ในพื้นที่) คือแกนหลักด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จุดแข็งคือการคลุกคลีกับภาคอุตสาหกรรม SMEs และชุมชน ถือเป็น "สะพานเชื่อม" นำงานวิจัยลงจากหิ้งสู่การใช้งานจริง (Commercialization) ได้ทรงพลังที่สุดกลุ่มหนึ่ง
วันนี้เราต้องทลาย Silo เลิกต่างคนต่างทำ แล้วผนึกกำลังกัน เพราะโจทย์ประเทศไม่ใช่แค่การผลิตบัณฑิต แต่คือการสร้าง "Tech Warrior" เพื่อไปสู้ใน Tech War ระดับโลก
สมุดปกขาวฉบับนี้แปลงนโยบายเป็นแผนปฏิบัติการ (ปี 2570–2574) เพื่อเชื่อมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม ผ่าน 5 แผนงานยุทธศาสตร์ คือ Thailand Wellness Economy, Future Food and Bioeconomy, Smart Industry and Semiconductor, Climate Resilience and Smart Agriculture และ Smart Mobility, Logistics and Creative Economy
นอกจากนี้ เครือข่ายยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายถึงกระทรวง อว. ที่ตรงประเด็นมาก ทั้งการปลดล็อกระเบียบ Shared Lab, ตั้งกองทุน Prototype & Scale-up, สนับสนุน Corporate Co-investment, ผลักดัน Public Procurement ให้รัฐเป็น First Buyer รวมถึงทำ Impact Dashboard ผูกงบประมาณกับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจริง ซึ่งผมเห็นด้วยและพร้อมผลักดันเต็มที่ครับ
ก่อนจบ เราได้ฝากโจทย์ท้าทายให้เชื่อมเครือข่ายนี้เข้ากับ "สายอาชีวศึกษา" เพื่อสร้าง Talent Pipeline ให้สมบูรณ์ อาจเริ่มจากการดึงสถาบันอาชีวะมาเป็นสมาชิกสมทบ ให้น้อง ๆ ได้ใช้ Shared Lab และร่วมแก้โจทย์จริงจากอุตสาหกรรม เป็นการสร้างเส้นทางพัฒนากำลังคนที่ไร้รอยต่อ (Seamless Integration) ตั้งแต่ช่างฝีมือไปจนถึงนักวิจัย
ถึงเวลาเปลี่ยนจากการต่างคนต่างทำ มาเป็น "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนนวัตกรรม" ของประเทศ แล้วเดินหน้าไปด้วยกัน