วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.พานทอง สุวรรณจูฑะ รอง ผบช.ฯ ปรก.สง.รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. กรมสรรพสามิต ภายใต้การอำนวยการของ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต, ว่าที่ร้อยตรียงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต ฯลฯ ร่วมแถลงผลการจับกุมบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ณ ห้องประชุมชัยจินดา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
ในช่วงการระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่หนีภาษีระหว่าง 1 – 15 กรกฎาคม 2569 ของ ศปบย.ตร. ได้สั่งการให้ บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ชวพล เชื้อเพ็ชร์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วรรณลพ รัตนวงษ์ สว.กก.2 บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และเจ้าหน้าที่ กรมสรรพสามิต ร่วมกันดำเนินการสืบสวนหาข้อมูล การลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี โดยสืบทราบว่า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีการลักลอบนำบุหรี่หนีภาษีนำเข้ามาจากต่างประเทศ ผ่านช่องทางชายแดนประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับประเทศไทยผ่านมาทางช่องทางธรรมชาติ ส่งผลทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการสืบสวนได้ข้อมูลจากสายลับว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี และเก็บซ่อนบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศโดยผิดกฎหมายจำนวนมากไว้ในบ้านพัก ไม่มีเลขที่ ถนนสืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา โดยหน้าบ้านพักเปิดเป็นร้านขายของชำ เพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้เข้าไปแฝงตัวเฝ้าดูบริเวณหน้าร้านค้าของชำดังกล่าว พบเห็นประชาชนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าออกแวะเวียนมาซื้อบุหรี่ที่ร้านค้าขายของชำ เป็นจำนวนมาก ไม่ขาดสาย ทำให้น่าเชื่อว่า น่าจะมีบุหรี่หนีภาษีเก็บซ่อนไว้เพื่อรอจำหน่ายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา ทำการตรวจค้นบ้านพัก
ต่อมา ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักตามหมายค้น พบผู้ต้องหาเป็นหญิงไทยวัย 73 ปี แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่ ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ของกลาง ซึ่งเป็นบุหรี่ต่างประเทศ ไม่มีแสตมป์ภาษี ซุกซ่อนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 150 ลัง หรือ 7,500 คอตตอน นับได้ 75,000 ซอง หรือ 1,500,000 มวน มูลค่า 6.75 ล้านบาท คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญรายได้ กว่า 4 ล้านบาท ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า บุหรี่ทั้งหมดเป็นของตนและลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยจริง ซึ่งตนได้ซื้อไว้เพื่อจะนำมาขายต่อหากำไร จากชายไม่ทราบชื่อที่ลักลอบนำบุหรี่เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต เพื่อร่วมดำเนินการตรวจค้นจับกุม ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และตาม พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ
สำหรับการกระทำผิดในคดีนี้ พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้สั่งการให้ บก.ปอศ.สืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ไปให้ถึงเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีที่ผู้ต้องหารับของกลางมา พร้อมให้ใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการกับผู้ต้องหาด้วย
พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในห้วงระดมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษีระหว่าง 1 – 15 กรกฎาคม 2569 นั้น ศปบย.ตร. สามารถจับกุมการกระทำผิดทั้งหมดได้จำนวนมาก แบ่งเป็น
- บุหรี่ไฟฟ้า 2,073 คดี ของกลาง 90,756 ชิ้น มูลค่า 22.6 ล้านบาท
- บุหรี่หนีภาษี 260 คดี ของกลาง 369,625 ชิ้น มูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท
- จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมสารเอโทมิเดต 24 คดี ของกลาง 5,455 ชิ้น มูลค่า 6.9 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ประชาชนทราบว่า ศปบย.ตร. ยังคงดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากเตือนประชาชน งดซื้อ งดขาย งดสนับสนุน บุหรี่เถื่อนหรือบุหรี่ลักลอบนำเข้า เนื่องจากเป็นสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี ผิดกฎหมาย และอาจไม่ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพ และความปลอดภัย โดยหากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1599 และแอปพลิเคชัน Police Care ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ