ไม่พบผลการค้นหา
เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย แน่นอนว่าเราทุกคนย่อมอยากหาหมอให้ ‘เร็ว’ ที่สุด แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องจำนวนของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. อีกทั้งจำนวนแพทย์ต่อจำนวนประชากรที่มีอยู่ราวๆ 8 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร ทำให้การหาหมอในแต่ละครั้งใช้เวลาครึ่งค่อนวัน

การที่ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่ล่าช้า ย่อมหมายถึงความเจ็บป่วยของประชาชนไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และสำหรับประชาชนที่รับจ้างรายวันและต้องรอพบแพทย์เกินครึ่งวัน นั่นหมายถึงรายได้ของเขาจะหายไปหนึ่งวันทันที 

กทม. เล็งเห็นความสำคัญของการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน 4 ปีที่ผ่านมานี้ กทม. จึงได้พัฒนา ‘พื้นฐาน’ ของระบบสาธารณสุขให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในแง่ปริมาณ อาทิ การเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขด้วยหมอถึงบ้านผ่าน Telemedicine ซึ่งมีผู้เข้าใช้บริการจริงสูงถึง 22.04 g เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ การเพิ่มจำนวนศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ หรือ Excellent Center ในโรงพยาบาลสังกัด กทม. และยกระดับศูนย์เวชศาสตร์เขตเมืองตามโรงพยาบาลสังกัด กทม. เช่น ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ศูนย์สมองและหลอดเลือดสมองโรงพยาบาลตากสิน เป็นต้น

รวมถึงในแง่คุณภาพ อาทิ การส่งต่อผู้ป่วยให้ไร้รอยต่อด้วยระบบบูรณาการข้อมูลดิจิทัลเต็มรูปแบบผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ป่วยเครือข่าย Bangkok Health Zone (BHZ) ทำให้ส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วภายใน 30 นาทีโดยไม่ต้องใช้เอกสาร การใช้ Mobile Medical Unit ตรวจวินิจฉัยโรคและประเมินความเสี่ยงโดยเข้าถึงประชาชนในชุมชนหนาแน่นโดยใช้รถสุขภาพเชิงรุก การติดตั้งเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) ในพื้นที่สาธารณะและชุมชนได้ครบ 100% รวมถึงการยกระดับความสามารถของบุคลากรกู้ชีพ (EMT) ให้มีทักษะการใช้ AED และการทำ CPR เป็นต้น 

แม้ในส่วนของรายละเอียด กทม. จะได้พัฒนาการเปิดระบบนัดหมายออนไลน์ การปรับระบบการจ่ายยาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปรับปรุงด้านคุณภาพการบริการของโรงพยาบาลสังกัด กทม. ให้มีความรวดเร็วขึ้น แต่การไปหาหมอแต่ละครั้ง ประชาชนก็ยังต้องใช้เวลารอเข้าพบหมอที่โรงพยาบาลนานถึง 1-3 ชั่วโมง 

‘ทีมชัชชาติ’ ตระหนักถึงปัญหาเรื่องระยะเวลาในการรอพบแพทย์ซึ่งเป็นปัญหาในระดับ ‘รายละเอียด’ นี้ดี ว่ายังเป็นเรื่องที่ประชาชนกังวลทุกครั้งในการไปหาหมอ นี่จึงเป็นที่มาของแผนปฏิบัติการ ‘โรงพยาบาลสังกัด กทม. นัดหมอแล้ว รอไม่เกิน 1 ชั่วโมง’ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริการของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาของประชาชนในการรอพบแพทย์สำหรับผู้ที่มีนัดหมายแล้วให้อยู่ที่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงหมอได้ ‘เร็วที่สุด’ เมื่อเจ็บป่วย 

“โรงพยาบาลสังกัด กทม. นัดหมอแล้ว รอไม่เกิน 1 ชั่วโมง” จะทำอะไรบ้างเพื่อยกระดับให้ ‘คนอยู่ดี’ ในด้านการดูแลรักษาสุขภาพในมิติต่างๆ

เพื่อการบริการที่รวดเร็ว : นโยบายนี้จะออกแบบระบบการให้บริการผู้ป่วยเพื่อคัดแยกผู้ป่วยนัดหมายกับผู้ป่วยวอล์กอิน (Walk-in) เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีนัดหมายแล้วได้เข้าพบแพทย์โดยเร็วที่สุด อยู่ที่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ ในกรณีนัดหมายออนไลน์ เราจะยกระดับการนัดหมายออนไลน์ให้มีความละเอียดขึ้น โดยระบุเวลาที่แน่นอน ไม่ใช่ระบุแค่วันที่ เพื่อให้ผู้ที่มีนัดหมายออนไลน์ล่วงหน้าได้เข้าพบแพทย์อยู่ที่ไม่เกิน 1 ชั่วโมงเช่นกัน

เพื่อลดการแออัด : เนื่องจากจำนวนผู้เข้าใช้บริการในโรงพยาบาลสังกัด กทม. มีเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ประกอบกับกายภาพของโรงพยาบาลบางแห่งก่อให้เกิดความแออัดเมื่อมีผู้มาใช้บริการพร้อมกันทีละจำนวนมาก เราจึงจะวิเคราะห์การใช้พื้นที่ของแต่ละแผนกเพื่อปรับปรุงกายภาพของโรงพยาบาลที่มีความแออัด นอกจากประชาชนที่มาใช้บริการจะได้รับการบริการที่สะดวกรวดเร็วขึ้นในแต่ละขั้นตอนแล้ว การมาโรงพยาบาลแต่ละครั้งจะไม่สร้างความรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรคในพื้นที่ที่แออัดในโรงพยาบาลอีกด้วย  

เพื่อคุณภาพที่เป็นรูปธรรม : เพื่อให้แน่ใจว่าการยกระดับการบริการของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. สัมฤทธิ์ผล เราจะกำหนดตัวตัวชี้วัดคุณภาพบริการที่วัดผลได้ เช่น เวลารอพบแพทย์โดยเฉลี่ย คะแนนความพึงพอใจในการเข้ารับบริการ อัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ เพื่อติดตามและพัฒนาคุณภาพการบริการของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ในแต่ละด้านอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งหมดนี้มีเป้าหมายอยู่ที่ประชาชนสามารถเข้าพบแพทย์ได้ภายใน 1 ชั่วโมงมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

‘ทีมชัชชาติ’ เห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่เป็นทั้งเมืองที่ใช้ชีวิตและเมืองที่เป็นแหล่งงานอย่างกรุงเทพมหานครนี้ การที่ผู้คนจะอาศัยอยู่ในมหานครแห่งโอกาสนี้ได้อย่างมีความสุขและสัมผัสได้ถึงการช่วยแบ่งเบาความกังวลได้นั้น การเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็วยามเจ็บป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในด้านคุณภาพชีวิตที่เราต้องลง ‘รายละเอียด’ เพื่อให้ระบบบริการสาธารณสุขใน กทม. มีคุณภาพ รวดเร็ว และครอบคลุมเพื่อให้ ‘คนอยู่ดี’