ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ว่า วันนี้เรามาที่ รพ.อุดรธานี เดินหน้าผลักดันให้ที่นี่เป็น “พื้นที่ทดสอบนวัตกรรมด้านเครื่องมือแพทย์โดยคนไทย” (Innovation Sandbox) อย่างเต็มรูปแบบครับ
เราได้นำร่องส่งมอบ 4 ผลิตภัณฑ์จากบัญชีนวัตกรรมไทย สู่การใช้งานจริงเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในระบบ ของโครงการ 30 บาทฯ ประกอบด้วย
1.ถุงทวารเทียม ต่อยอดจากยางพาราไทย ลดการนำเข้า ลดการระคายเคือง
2.แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม (3D Printing) สวมพอดีสรีระเฉพาะบุคคล
3.ระบบ AI อ่านภาพรังสีทรวงอก ผู้ช่วยแพทย์คัดกรองโรคปอดได้อย่างแม่นยำรวดเร็ว
4.วัคซีนป้องกันโรคไอกรน (Pertagen) สำหรับหญิงตั้งครรภ์เพื่อส่งต่อภูมิคุ้มกันสู่ทารกแรกเกิด
เบื้องหลังของนวัตกรรมเหล่านี้ ล้วนมาจากความฝันของแพทย์ที่ต้องการดูแลคนไข้ให้ดีที่สุด ซึ่งในบางครั้งเครื่องมือจากบริษัทยักษ์ใหญ่อาจไม่สามารถตอบโจทย์การรักษาได้ทั้งหมด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแพทย์ถึงต้องลุกขึ้นมาพัฒนานวัตกรรมด้วยตัวเอง
และกุญแจสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมเหล่านี้ประสบความสำเร็จและใช้งานได้จริง คือการดึงแพทย์เข้ามาร่วมออกแบบตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเมื่อคนเก่งและผู้ใช้งานจริงได้มารวมตัวแชร์ประสบการณ์กัน (Talent Density) ภาพของการพัฒนาจะยิ่งชัดเจน ทำให้นวัตกรรมที่ออกมาตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง
ความท้าทายใหญ่ของการทำนวัตกรรมไทยคือความเชื่อมั่น การเริ่มต้นใช้งานจริงที่ รพ.อุดรธานี ในวันนี้จึงสำคัญมาก เพราะ เวลาเขาไปต่างประเทศ เขาชอบถามว่า 'ประเทศไทยใช้หรือยัง?' คำนี้แหละทำให้ของไทยขายไม่ออก การใช้ของท่าน จะทำให้เขาไปขายต่างประเทศได้
เป้าหมายสูงสุดของการผลักดัน Scientific Wellness เป็นมากกว่าเรื่องของสุขภาพ เพราะมันคือการสร้าง New Growth Engine ของประเทศ
ถ้าประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะวิ่งกลับมาเป็นสวัสดิการของคน ทุกอย่างเป็น Value chain ทั้งหมด ผู้ประกอบการได้เงิน กลับมา Donate ให้กับโรงพยาบาล ทุกอย่างมันหมุนเวียนขึ้นมา
ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานนี้ครับ ทั้งหมดนี้หากเกิดขึ้น เราจะสามารถขับเคลื่อนทั้งระบบสาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตได้จริง