ไม่พบผลการค้นหา
'สรวุฒิ' เลขา รมว.เกษตรฯ ขับเคลื่อนกระทรวงเกษตรฯ ยุคใหม่ทำงานไวเพื่อประชาชน เคาะเยียวยาเขื่อนราษีไศล 3 จังหวัด กว่า 1.3 พันล้านบาท พร้อมตั้ง 6 ชุดลุยตรวจสิทธิ์เต็มสูบ

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายเกษตรกร เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 - 135 และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Zoom Meeting) ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังเร่งขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง ภายใต้โครงสร้างการทำงานใหม่ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 154/2569 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบจำนวนเงินชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ เพื่อเยียวยาผู้เดือดร้อนจากโครงการเขื่อนราษีไศล ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด รวม 2,552 ราย วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,304,535,000 บาท แบ่งเป็น จังหวัดสุรินทร์ 1,029 ราย จังหวัดร้อยเอ็ด 470 ราย (อัตราไร่ละ 52,000 บาท) และจังหวัดศรีสะเกษ 1,053 ราย (อัตราไร่ละ 66,500 บาท ตามเกณฑ์ธนารักษ์ในทำเลใกล้ทางหลวง) ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งสรุปบัญชีรายชื่อที่ถูกต้องเพื่อเตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนแล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งคณะทำงานและคณะอนุกรรมการขึ้นมารองรับภารกิจรวมถึง 6 ชุด เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมที่สุด ประกอบด้วย คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเขื่อนราษีไศล 3 คณะแยกตามจังหวัด (สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด) มีผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานราชการและผู้แทนประชาชน จับมือกันลงพื้นที่ปูพรมตรวจสอบสิทธิ์ให้แก่ราษฎรกลุ่มที่เหลือและกลุ่มพื้นที่ขยายเขตเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเข้ามาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในโครงการสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ โครงการเขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เพื่อเร่งดูแลราษฎรที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู จังหวัดศรีสะเกษ และการจัดสรรที่ดินทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นายสรวุฒิ ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้เน้นย้ำถึงสไตล์การทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ยุคใหม่ที่ต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานทำงานด้วยความถูกต้อง ชัดเจน และรวดเร็ว เพื่อเร่งรัดขั้นตอนทางราชการให้สั้นลงและส่งต่อความช่วยเหลือถึงมือชาวบ้านให้ไวที่สุด ซึ่งประธานได้รับปากพร้อมสั่งการให้ฝ่ายเลขานุการเร่งจัดทำ (ร่าง) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานทุกชุดให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้คณะอนุกรรมการทั้งหมดสามารถลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกเคียงข้างพี่น้องเกษตรกรได้ทันที โดยกระทรวงเกษตรฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและพร้อมนัดประชุมกับเครือข่ายภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ปัญหานี้คลี่คลายสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว