วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร เป็นประธานการประชุมพิจารณาให้ความเห็นเรื่องการจัดตั้งเชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานครเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยมี นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอิทธิพงศ์ จักษ์ตรีมงคล หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการในสังกัด อาทิ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบเชิงโครงสร้างและเตรียมรวบรวมข้อคิดเห็นของกระทรวงมหาดไทย นำเสนอต่อสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
ในครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาวิเคราะห์ผลกระทบจากร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับอย่างละเอียด ทั้งประเด็นการเปลี่ยนแปลงสายการบังคับบัญชาของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะเปลี่ยนไปขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการมหานคร การบริหารงานและการถ่ายโอนบุคลากร การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบเดิม รวมถึงข้อกังวลด้านกลไกการสั่งการในภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ (Single Command) ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะนำข้อเสนอแนะเชิงลึกทั้งหมดนี้ไปประมวลผล เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการรักษาสมดุลระหว่างการกระจายอำนาจ และการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐ เพื่อสร้างรากฐานการพัฒนาเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง
นายนิรัตน์ กล่าวว่า "กระทรวงมหาดไทยพร้อมผลักดันเป้าหมายการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาโดยตลอด แต่การปรับโครงสร้างการบริหารระดับมหานครที่จะยุบเลิกราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่นั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในทุกมิติ โดยเฉพาะประเด็น 'การป้องกันความเหลื่อมล้ำ' ของการจัดเก็บรายได้ระหว่างจังหวัดที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น ๆ และ 'การรักษาความมั่นคง' ตลอดจนการบูรณาการแก้ไขปัญหาในภาวะวิกฤต กลไกการบริหารราชการส่วนภูมิภาคเปรียบเสมือนโซ่ข้อกลางที่เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติสู่การปฏิบัติจริง หากขาดกลไกนี้ไปอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะและการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน กระทรวงมหาดไทยจึงต้องวิเคราะห์ทุกรายละเอียดอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดรอยต่อในการทำงานและรักษาระบบการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด"