วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภา ว่า นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบสารปนเปื้อนในผักและผลไม้นำเข้า ณ ด่านศุลกากรแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นด่านนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
สว.สุนทร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจตู้คอนเทนเนอร์สินค้าเกษตรนำเข้าในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีที่ผลการตรวจวิเคราะห์ ไม่พบสารปนเปื้อนหรือสารตกค้างในตัวอย่างผักและผลไม้ที่สุ่มตรวจ ซึ่งประกอบด้วย แก้วมังกรจากประเทศเพื่อนบ้าน และหอมหัวใหญ่ที่นำเข้ามาจากต่างทวีป
อย่างไรก็ดี สว.สุนทร ยอมรับว่าการสุ่มตรวจในครั้งนี้อาจยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนตัวอย่าง (Sampling) เนื่องจากในช่วงเวลาที่ลงพื้นที่ มีตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าเข้ามาเป็นจำนวนน้อย จึงทำให้สุ่มตรวจได้เพียง 2 ชนิดข้างต้นเท่านั้น
นอกจากนี้ อนุกรรมาธิการฯ ยังได้ติดตามและยืนยันประสิทธิภาพของระบบ"วันด่าน วันแล็บ วันเดย์" (1 DAAN 1LAB 1DAY) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตรวจวิเคราะห์ผลให้เสร็จสิ้นภายใน 1 วัน เพื่อให้สามารถสกัดกั้นผักหรือผลไม้ที่มีสารพิษตกค้างได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่สินค้าเหล่านั้นจะถูกกระจายไปวางจำหน่ายบนชั้นในห้างสรรพสินค้าหรือตามท้องตลาด
แม้ผลการตรวจที่ด่านแหลมฉบังครั้งนี้จะไม่พบสารเคมีตกค้าง แต่ สว.สุนทร ได้แสดงความกังวลใจต่อภาพรวมสถานการณ์ความปลอดภัยทางอาหาร อาทิ อัตราการปนเปื้อนในภาพรวมยังน่าห่วง ซึ่งหากพิจารณาจากผลการตรวจวัดโดยรวมตลอดทั้งปีที่ผ่านมา อัตราการพบสารปนเปื้อนในผักและผลไม้นำเข้ายังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวลใจ โดยมีสัดส่วนสูงเกือบ 10%
รวมทั้ง ปัญหาการขาดแคลนกำลังพลที่ด่านแหลมฉบัง ทั้งนี้ ด่านแหลมฉบังเป็นด่านที่มีปริมาณผักและผลไม้นำเข้าสู่ประเทศมากที่สุดในแต่ละปี แต่กลับมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในการสุ่มตรวจสินค้าเพียง 12 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณงาน และเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่าจะสามารถสุ่มตรวจได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงหรือไม่
ทั้งนี้ ทางอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จะนำข้อมูลและข้อจำกัดที่พบในครั้งนี้ ไปประสานงานและผลักดันให้เกิดการแก้ไขเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศต่อไป