ไม่พบผลการค้นหา
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ครั้งที่ 2/2569 มีมติเห็นชอบแนวทางสำคัญในการดูแลเด็กปฐมวัยของไทย โดยเฉพาะการยกระดับสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้ครอบคลุมเด็กทุกคนทั่วประเทศ

จากเดิมที่เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดของไทยมีเงื่อนไขด้านรายได้ครัวเรือน ที่ประชุมครั้งนี้เห็นชอบให้ปรับเป็น ระบบถ้วนหน้า (Universal) สำหรับเด็กอายุ 0-6 ปีทุกคน โดยจ่ายในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน และมีกำหนดเริ่มใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้มติดังกล่าวยังต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีกขั้นหนึ่งก่อนมีผลบังคับใช้จริง

นอกจากการขยายสิทธิให้ครอบคลุมมากขึ้นแล้ว ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ปรับกระบวนการรับสิทธิให้สะดวกขึ้น ด้วยการยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ และลดระยะเวลาการลงทะเบียน เพื่อให้เด็กที่เกิดใหม่ได้รับสิทธิเร็วขึ้นกว่าเดิม

นโยบาย ‘มหัศจรรย์ 2,500 วัน’ ดูแลเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา

อีกหนึ่งแนวทางที่ที่ประชุมผลักดันคือการยกระดับ ช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเด็ก หรือนับตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงอายุ 6 ปี ให้เป็นวาระสำคัญระดับชาติ โดยจะอาศัยกลไกชุมชนร่วมดูแลเด็ก บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือรับมือกับวิกฤตโครงสร้างประชากรและวางรากฐานทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับทิศทางที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพกายและใจ ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพแห่งอนาคต และการศึกษา

เปิดพื้นที่ให้เสียงเด็กและเยาวชนมีความหมาย

ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเอง โดยเปิดโอกาสให้สะท้อนความต้องการ พร้อมมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุนและช่วยแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้น และได้เห็นชอบแนวทางขับเคลื่อน แผนยุทธศาสตร์สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2568-2574) ซึ่งครอบคลุม 6 ด้านหลัก ได้แก่

1. การจัดการศึกษาให้สอดรับกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

2. การส่งเสริมสุขภาวะทางจิตและสุขภาวะที่ดี

3. การขยายโอกาสด้านการจ้างงาน

4. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนอย่างมีความหมาย

5. การรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

6. การป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน

ในด้านการมีเสียงในระดับนโยบาย ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันให้มี ผู้แทนเยาวชน เข้าไปมีส่วนร่วมในกลไกของคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดทางให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

มติของบอร์ดเด็กแห่งชาติครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสวัสดิการเด็กปฐมวัยของไทย จากระบบที่มีเงื่อนไขรายได้ไปสู่ระบบถ้วนหน้าที่ครอบคลุมเด็กทุกคน พร้อมกับวางรากฐานเชิงระบบผ่านฐานข้อมูลและนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์ระยะยาว


อ้างอิงข้อมูลจาก

https://gcc.go.th/?p=26449