ไม่พบผลการค้นหา
เลิกบุหรี่ กินดี นอนพอ หมั่นตรวจสุขภาพ ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภัยเงียบที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 วงการบันเทิงไทยต้องเผชิญกับข่าวเศร้า เมื่อ เรย์ แมคโดนัลด์ อดีตพระเอกและพิธีกรชื่อดังแห่งยุค 90 วัย 49 ปี เสียชีวิตภายในบ้านพัก ก่อนจะพบว่าหลอดเลือดหัวใจตีบ 3 เส้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ข่าวการจากไปอย่างฉับพลันเช่นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้หลายคนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพหัวใจมากขึ้น โดยเฉพาะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยและคนทั่วโลก

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากการที่ไขมันและคราบตะกรันสะสมอยู่ภายในผนังหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ จนหลอดเลือดค่อยๆ แคบลง เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง หากคราบไขมันนี้แตกออกกะทันหัน ร่างกายจะส่งเกล็ดเลือดเข้าไปอุดกั้นบริเวณที่ฉีกขาด ทำให้หลอดเลือดอุดตันอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น

ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ปัจจัยแรกคือปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น อายุ ส่วนมากเป็นผู้ชายอายุ 35 ปีขึ้นไป และผู้หญิงอายุ 55 ปีขึ้นไปมักมีความเสี่ยงสูงขึ้น ผู้ชายมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง พันธุกรรมและประวัติครอบครัว เป็นต้น

ส่วนปัจจัยที่ควบคุมได้ และเริ่มทำตอนนี้ได้เลย ได้แก่

1. งดสูบบุหรี่และจำกัดแอลกอฮอล์ เพราะสารพิษในบุหรี่ทำลายผนังหลอดเลือดโดยตรง

2. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ลดไขมันสะสมที่เป็นภาระต่อระบบไหลเวียนเลือด

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยให้หัวใจแข็งแรงและควบคุมไขมันในเลือด

4. พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดสะสม เพราะความเครียดเรื้อรังส่งผลต่อความดันโลหิตและการอักเสบในร่างกาย

5. ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำแพทย์

6. ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง ควรเพิ่มการตรวจไขมันในเลือดและตรวจการทำงานของหัวใจ

ที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยราว 80-90 เปอร์เซ็นต์ มีปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างน้อยหนึ่งอย่างร่วมด้วย นั่นหมายความว่าโรคนี้ป้องกันได้ หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่นๆ

แม้บางรายจะไม่มีสัญญาณเตือนเลย แต่หลายกรณีร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุร้ายแรง ได้แก่ แน่นหน้าอก เหมือนมีอะไรมาบีบหรือกดทับ โดยเฉพาะขณะออกแรงหรือเดินขึ้นบันได เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แม้ทำกิจกรรมที่เคยทำได้สบายๆ เจ็บหน้าอกร้าวไปที่แขน คอ ขากรรไกร หรือหลัง ใจสั่น หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจลำบาก เหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุ วิงเวียน หน้ามืด หรือคล้ายจะเป็นลม

หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงเฉียบพลัน ร่วมกับเหงื่อแตกหรือหายใจไม่ออก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะทุกนาทีมีความหมายต่อการรักษากล้ามเนื้อหัวใจ

การจากไปอย่างกะทันหันของคนหนุ่มสาวทั้งในและนอกวงการบันเทิงหลายครั้งที่ผ่านมา สะท้อนว่าโรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ดูแข็งแรงภายนอก การหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย ไม่ละเลยอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสุขภาพหัวใจที่ดี เริ่มต้นได้จากการดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้


อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/850