วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ถึงภาพความสำเร็จในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ เพื่อนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม Transforming Education Summit +4 (TES+4) ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ซึ่งได้ร่วมทบทวนความก้าวหน้าการดำเนินงานตามผลการประชุม Transforming Education Summit เมื่อปี 2565 และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG 4) ก่อนปี ค.ศ. 2030 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน
รมว.ศธ. กล่าวว่า ในช่วงพิธีปิดการประชุมฯ ผมได้ประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพร่วมกับยูเนสโก ในการจัดการประชุม Global Education Meeting (GEM) 2027 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2570 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย ซึ่งจะมีรัฐมนตรีและผู้แทนด้านการศึกษาเข้าร่วม กว่า 160 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างการศึกษาในอนาคตที่ “ยืดหยุ่น ครอบคลุม เท่าเทียม และยั่งยืน” สำหรับทุกคน พร้อมเชิญชวนประเทศสมาชิกและภาคีทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาภายใต้แนวคิด 'Education for All, and All for Education' เพื่อร่วมกันสร้างระบบการศึกษาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งผู้เรียนคนใดไว้ข้างหลัง ซึ่งยูเนสโกยกย่องให้ไทยเป็นโมเดลต้นแบบของภูมิภาคอาเซียน ในการพาเด็กกลับสู่ห้องเรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามการขับเคลื่อนโครงการ Thailand Zero Dropout "เด็กทุกคนต้องได้เรียน" ซึ่งจะต้องมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างร่วมกัน รวมทั้งการแสดงและอาหารไทย
นอกจากนี้ ภายในงาน “Thai Cultural Night” ในหัวข้อ “Triple T : Thai Wisdom, Thai Creativity, Thai Inspiration” ซึ่ง ศธ.ไทย เป็นเจ้าภาพ ได้รับคำชื่นชมจากผู้บริหารองค์การยูเนสโก และผู้แทนถาวรประจำองค์การยูเนสโกจากหลายประเทศที่เข้าร่วมงาน ทั้งในเรื่องของการแสดงวัฒนธรรม การแต่งกาย และอาหารไทย
รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ทางคณะผู้แทนไทยยังได้มีโอกาสเยี่ยมชมนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté : Royal Thai Dress from Tradition to Modernity) ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยจัดแสดงระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT), พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs เพื่อถ่ายทอดคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยผ่านงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ชั้นสูง ตลอดจนผลงานร่วมสมัยของนักออกแบบไทย รวมกว่า 200 รายการ ทั้งนี้ นิทรรศการชุดไทยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีผู้เข้าชมกว่า 50,000 คน แล้ว
นอกจากนี้ ศธ. จะร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในงานเฉลิมฉลองยกย่องบุคคล/เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ตามประกาศขององค์การยูเนสโก ใน 2 รายการ คือ
- วาระครบรอบ 100 ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (100th Anniversary of the birth of His Majesty King Bhumibol Adulyadej the Great (1927)) ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2570 โดยประกาศยกย่องพระองค์ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนาผู้สร้างคุณูปการระดับนานาชาติ
- วาระครบ 100 ปี พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ระหว่างปี พ.ศ. 2569-2570 (100th Anniversary of Queen Rambhai Barni’s Legacy : Her Contributions to Education, Social Sustainable Development, and Gender Equality (1926))