ไม่พบผลการค้นหา
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยปี 2569 จาก 1.50 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน หรือลดลงร้อยละ 3.33 รับแรงกดดันเศรษฐกิจโลก สงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้า

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. แถลงผลการผลิต ยอดจำหน่าย และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ประจำเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมเปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยปี 2569 จาก 1.50 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน หรือลดลงร้อยละ 3.33 หลังภาคการส่งออกได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่เป้าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน

การผลิต

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมิถุนายน 2569 มีทั้งสิ้น 120,391 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.55 โดยลดลงเพราะผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลงร้อยละ 50.11 และ 8.07 ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คันคิดเป็นร้อยละ 38.35 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว รวมทั้งผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลงร้อยละ 17.04 ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลงร้อยละ 7.55 จากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 717,212 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 48,317 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.30 โดยแบ่งเป็น

•    รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 9,582 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 64.54

•    รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 12,634 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 282.38

•    รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,571 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 395.58

•    รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 24,530 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.37

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวน 252,371 คัน เท่ากับร้อยละ 35.19 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 4.65 โดยแบ่งเป็น

•    รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine มีจำนวน 84,051 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 29.21

•    รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 34,030 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 43

•    รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 12,319 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 23.97

•    รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 121,971 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 8.71

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนมิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต

รถยนต์บรรทุก เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 72,074 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 9 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 464,841 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 1.04

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 70,539 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 10.13 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน

2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 456,157 คัน เท่ากับร้อยละ 63.60 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.10 โดยแบ่งเป็น

•    รถกระบะบรรทุก 74,901 คัน         เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2.40

•    รถกระบะดับเบิลแค็บ 285,978 คัน    ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2.38

•    รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV 2,101 คัน    เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 2,234.44

•    รถกระบะ PPV 93,177 คัน        เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 4.10

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 1,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 115.59 รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 8,684 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 98.76

ผลิตเพื่อส่งออก

เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 67,784 คัน เท่ากับร้อยละ 56.30 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 20.18 และเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 449,161 คัน เท่ากับร้อยละ 62.63 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 5.44

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออก 12,201 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 50.11 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 93,885 คัน เท่ากับร้อยละ 37.20 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.78

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 55,583 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 8.07 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 355,276 คัน เท่ากับร้อยละ 77.89 ของยอดการผลิตรถกระบะ ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.87 โดยแบ่งเป็น

•    รถกระบะบรรทุก 37,003 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 10.91

•    รถกระบะดับเบิลแค็บ 248,857 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 6.39

•    รถกระบะ PPV 69,416 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 0.94

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 52,607 คัน เท่ากับร้อยละ 43.70 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 16.12 และเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 268,051 คัน เท่ากับร้อยละ 37.37 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 7.35

รถยนต์นั่ง เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 36,116 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 35.95 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 158,486 คัน เท่ากับร้อยละ 62.80 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ลดลงร้อยละ 5.15

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 14,956 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.04 และตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 100,881 คัน เท่ากับร้อยละ 22.11 ของยอดการผลิตรถกระบะ และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 28.94 ซึ่งแบ่งเป็น

•    รถกระบะบรรทุก 37,898 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 19.89

•    รถกระบะดับเบิลแค็บ 39,222 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 44.19

•    รถกระบะ PPV 23,761 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 22.30

 รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนมิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ไม่มีการผลิต

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน - มากกว่า 10 ตัน เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตได้ 1,535 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 115.59 รวมเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ผลิตได้ 8,684 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568 ร้อยละ 98.76

รถจักรยานยนต์ 

เดือนมิถุนายน 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 213,232 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 3.73 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 183,370 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 4.11 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 29,862 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 1.46

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,261,349 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 0.68 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,020,194 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 2.09 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 241,155 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.79

ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 19.36 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 17.26 โดยตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้นเพราะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางรวมทั้งการส่งเสริมให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ของรัฐบาล รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วนใหญ่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามาจากการนำเข้ามากกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ส่งผลให้หกเดือนปีนี้รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในผลิตลดลงถึง 34,679 คันหรือลดลงร้อยละ 29.21 จากตัวเลขหกเดือนของปีที่แล้ว 

รถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศกว่าร้อยละ 90 ยังคงขายได้แค่ 10,805 คัน ลดลงร้อยละ 3.17 จากมิถุนายนปีที่แล้ว รถกระบะเคยขายได้เดือนละ 30,000 คันก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจุบันขายได้เดือนละ 10,000 คัน ลดลงทุกเดือนตลอดสามปีมาแล้วจากการเข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนผลิตลดลงด้วย รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ลดลง รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง รายได้คนงานและพนักงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนทั้งหลายก็มีรายได้ลดลง จึงระมัดระวังการใช้เงิน ส่งผลให้การลงทุน การจ้างงานชะลอตัวลง เศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ จึงขอให้รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้

เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ การจ้างงานจำนวนมากเพื่อสร้างอำนาจซื้อให้มากขึ้น ใช้หนี้ได้มากขึ้น หนี้ครัวเรือนจะได้ลดลงอย่างแท้จริง รัฐบาลเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้น นำเงินภาษีไปลงทุน จ้างงานให้คนไทยให้มีรายได้มากขึ้น ทำให้ประเทศอยู่ในวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นเสียที

รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์มีจำนวน 42,420 คัน เท่ากับร้อยละ 72.24 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 31.53

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 8,114 คัน เท่ากับร้อยละ 13.82 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 33.72

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 22,275 คัน เท่ากับร้อยละ 37.93 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 140.47

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,469 คัน เท่ากับร้อยละ 2.50 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 163.73

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV 58 คัน เท่ากับร้อยละ 0.10 ของยอดขายทั้งหมด ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 10,504 คัน เท่ากับร้อยละ 17.89 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 3.08

รถกระบะ (Pure Pickup) มีจำนวน 10,805 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.17 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 274 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 149.09 รถกระบะ REEV มีจำนวน 5 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.67 รถกระบะ HEV มีจำนวน 5 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 2,983 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 26.02 รถบรรทุก 5–10 ตัน มีจำนวน 1,496 คัน

เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 10.57 รถบรรทุก 5–10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 1 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่น ๆ มีจำนวน 735 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 37.02

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 178,028 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ร้อยละ 23.89 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2568 ร้อยละ 15.37

ตั้งแต่เดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 รถยนต์มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 14.63 แยกเป็น

รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 240,426 คัน เท่ากับร้อยละ 69.29 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 24.13

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 54,506 คัน เท่ากับร้อยละ 15.71 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 24.83

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 104,418 คัน เท่ากับร้อยละ 30.09 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 93.07

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 6,023 คัน เท่ากับร้อยละ 1.74 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 20.36

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 839 คัน เท่ากับร้อยละ 0.24 ของยอดขายทั้งหมด ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย

•    รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 74,640 คัน เท่ากับร้อยละ 21.51 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 20.23

รถกระบะ (Pure Pickup) มีจำนวน 70,141 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 4.73 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 898 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 143.36 รถกระบะ REEV มีจำนวน 17 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 183.33 รถกระบะ HEV มีจำนวน 215 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 100 รถ PPV มีจำนวน 20,893 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 0.86 รถบรรทุก 5–10 ตัน มีจำนวน 9,115 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 26.49 รถบรรทุก 5–10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 72 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่น ๆ มีจำนวน 5,189 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 26.81

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 953,353 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม–มิถุนายน 2568 ร้อยละ 5.21

การส่งออก

รถยนต์สำเร็จรูป 

เดือนมิถุนายน 2569 ส่งออกได้ 81,526 คัน ลดลงร้อยละ 7.45 โดยลดลงเพราะยังส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 38.35 จากมิถุนายนปีที่แล้ว ส่วนแบ่งตลาดลงลงจากร้อยละ20 ของปีที่แล้วเหลือร้อยละ 14 นอกจากนี้ยังส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ยุโรป แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้

มีรายละเอียดดังนี้

•    รถกระบะ 53,646 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 65.80 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 2.44

•    รถกระบะ BEV 19 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.02 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 61.22

•    รถยนต์นั่ง ICE 5,947 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 7.29 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 64.97

•    รถยนต์นั่ง BEV 292 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.36 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 7,200.00

•    รถยนต์นั่ง PHEV 163 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.20 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2568 ไม่มีการส่งออก

•    รถยนต์นั่ง HEV 9,529 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 11.69 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 111.24

•    รถ PPV 11,930 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 14.63 ของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 3.25