ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน - นิกร' แทกทีม ปักหมุดภาษีเจริญ สร้างชุมชนบ้านมั่นคงต้นแบบ หนุนพึ่งพาตนเองด้วยพลังงานทางเลือก ติดโซลาร์เซลล์-แปรรูปวัสดุเหลือใช้-ผลิตน้ำมันจากขยะ ช่วยลดภาระค่าครองชีพ

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) และนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงของมนุษย์ในการแก้ไขปัญหาความยากจน และการสร้างชุมชนเข้มแข็ง พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU ) “การวิจัย พัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ระหว่าง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวง พม. และ เครือข่ายองค์กรชุมชน โอกาสนี้ มีกิจกรรม KICK OFF เปิดป้ายเครื่องผลิตน้ำมันไพโรไลซิสจากพลาสติกชุมชน พร้อมมอบงบประมาณสนับสนุนโครงการพลังงานทางเลือกในโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพมหานครแก่เครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ณ สหกรณ์เคหสถานคลองลัดภาชีร่วมพัฒนา จำกัด เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีความเชื่อมั่นว่างานวิจัยที่ดีที่สุดคือ “งานวิจัยที่ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง” ดังนั้น การลงทุนด้านการวิจัยจะทรงคุณค่าก็ต่อเมื่อสามารถแปลงเป็นโอกาสในการประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชน โดยมีแนวทางสำคัญ 5 ประการ ประกอบด้วย

1) เร่งผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ ถ่ายทอดสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

2) พัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่

3) ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการนำ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาใช้ในการจัดการทรัพยากร

4) เสริมสร้างศักยภาพของคนในชุมชน ทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะอาชีพ และการใช้เทคโนโลยี

5) สร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการทุกภาคส่วน

ทั้งหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพราะการพัฒนาประเทศต้องอาศัยพลังร่วมจากทุกฝ่าย ส่งผลให้เกิดการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การวิจัย พัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต ตลอดจนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ในวันนี้

รมว.นิกร กล่าวว่า “โครงการบ้านมั่นคง” โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กระทรวง พม. ได้ริเริ่มขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ นับตั้งแต่ปี 2546 เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย โดยเปลี่ยนวิธีคิดให้ชุมชนเป็นผู้จัดการตนเอง ซึ่งสหกรณ์เคหสถานคลองลัดภาชีร่วมพัฒนา จำกัด เป็นหนึ่งในรูปธรรมความสำเร็จจากการร่วมกันออมทรัพย์ ปลูกสร้างบ้าน และปลดหนี้สินยาวนานกว่าสองทศวรรษ ขณะนี้ เรากำลังประสบวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน กระทรวง พม. จึงมุ่งยกระดับการแก้ไขปัญหาไปสู่ความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจ โดย พอช. ได้สนับสนุนงบประมาณ “โครงการพลังงานทางเลือกบ้านมั่นคง” จำนวน 80 โครงการ ใน 47 จังหวัด งบประมาณรวม 28,198,233 บาท เพื่อติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ส่วนกลาง ไฟฟ้าส่องสว่าง บ้านกลุ่มเปราะบาง ระบบสูบน้ำประปาและเกษตร รวมถึงการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ อาทิ การผลิตน้ำมันจากขยะ การปรับปรุงบ้านลดความร้อน และการพัฒนา “ช่างชุมชน” ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวคาดว่าสามารถช่วยลดรายจ่ายด้านไฟฟ้าได้ร้อยละ 20–40 ทำให้ช่วยลดปริมาณขยะ เพิ่มรายได้ และเกิดกองทุนหมุนเวียนในระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

"อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนทุกท่าน ซึ่งรัฐบาลและกระทรวง พม. พร้อมนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาต่อยอดทุนทางสังคมให้เข้มแข็ง และร่วมกันเปลี่ยน "ชุมชนบ้านมั่นคง" ให้เป็น "ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน" นำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน" รมว.นิกร กล่าว