วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนเครือข่ายชุมชนร่วมป้องกันการค้ามนุษย์ (Thailand Community Movement for TIP Zero 2030) พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนและประกาศเจตนารมย์ โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงาน , นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับและประกาศความพร้อมของจังหวัดนครราชสีมา และ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวประกาศความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , ทีมหน่วยงาน พม. จังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงแรมแคนทารี โคราช จังหวัดนครราชสีมา
รมว.นิกร กล่าวว่า การค้ามนุษย์เป็นปัญหาที่กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน และความมั่นคงของสังคม ซึ่งประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อให้การรณรงค์เกิดผลอย่างแท้จริง จำเป็นต้องทำให้ประชาชนรู้ช่องทางการแจ้งเหตุ และระบบความช่วยเหลือที่อยู่ใกล้ตัว สามารถเข้าถึงได้ จึงทำให้เกิดแนวคิด “การป้องกันการค้ามนุษย์โดยชุมชน” ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายในพื้นที่เป็น “จุดเชื่อมต่อ” หรือ Focal Point ระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล รู้ช่องทางการแจ้งเหตุ และเชื่อมต่อกับระบบความช่วยเหลือของรัฐได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที โดยเป็นจุดเริ่มต้นที่ ช่วยให้ประชาชน “รู้ทัน สังเกต แจ้งเหตุ และช่วยเหลือ” ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการขับเคลื่อนโครงการฯ ในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเจตนารมณ์ “Thailand TIP Zero 2030” ที่ประเทศไทยได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 โดยเครือข่ายชุมชนร่วมป้องกันการค้ามนุษย์ เป็นกลไกสำคัญในการนำ Thailand TIP Zero 2030 จากเป้าหมายระดับประเทศ มาสู่การลงมือทำในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
รมว.นิกร กล่าวว่า วันนี้ กระทรวง พม. ได้ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดโครงการขับเคลื่อนเครือข่ายชุมชนร่วมป้องกันการค้ามนุษย์ เพื่อสร้างความรู้ให้ประชาชนสามารถ “รู้ทัน สังเกต แจ้งเหตุ และช่วยเหลือ” และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนในการป้องกันการค้ามนุษย์ และเชื่อมโยงการเฝ้าระวังในชุมชน เข้ากับระบบการช่วยเหลือของภาครัฐ โดยมีกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การนำเสนอภาพยนตร์เปิดตัว “Thailand Community Movement: Together Towards TIP Zero 2030” , การประกาศความพร้อมของจังหวัดนครราชสีมา , การประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , การมอบสัญลักษณ์เครือข่าย และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “จากนโยบายสู่การปฏิบัติ: บทบาทของชุมชน” ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมา ได้รับคัดเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการฯ เนื่องจากเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ มีความหลากหลายทางเศรษฐกิจและสังคม มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วพื้นที่ และมีความพร้อมในการเชื่อมโยงการทำงานจากระดับจังหวัดสู่ชุมชน โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา รวม 334 แห่ง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายเด็กและเยาวชน สถานศึกษา องค์กรศาสนา อาสาสมัคร ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่
รมว.นิกร กล่าวต่อไปว่า ในนามของรัฐบาล ตนขอประกาศวิสัยทัศน์ระดับชาติในการขับเคลื่อน “เครือข่ายชุมชนร่วมป้องกันการค้ามนุษย์” โดยจะผลักดันให้การป้องกันการค้ามนุษย์ ก้าวจากภารกิจของภาครัฐ ไปสู่การเป็นความร่วมมือของทั้งสังคม ทุกชุมชนจะต้องเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การเฝ้าระวัง และการปกป้องผู้ที่มีความเสี่ยง ชุมชนจะไม่เป็นเพียง “ผู้รับนโยบาย” แต่จะเป็น “หุ้นส่วน” ของรัฐบาล ในการป้องกันการค้ามนุษย์ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมาทุกแห่งจะร่วมแสดงเจตนารมณ์และให้คำมั่นในการป้องกันการค้ามนุษย์ในชุมชนของตนเอง ก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ โดยการขับเคลื่อนโครงการนี้ ตำรวจจะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกัน รับแจ้งเหตุ และดำเนินการกับผู้กระทำผิด ขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน สังเกตสัญญาณความเสี่ยง และเชื่อมต่อความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทั้งสองกลไกจึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ชุมชนปลอดภัยจากการค้ามนุษย์
รมว.นิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนขอยืนยันว่ากระทรวง พม. พร้อมนำวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะทำหน้าที่เป็น “ผู้เชื่อมโยง” ให้ประชาชน ชุมชน และทุกภาคส่วน สามารถป้องกัน เฝ้าระวัง แจ้งเหตุ และช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1) พัฒนาองค์ความรู้ สื่อการเรียนรู้ และเครื่องมือที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันรูปแบบการค้ามนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไป
2) เชื่อมชุมชนเข้ากับระบบความช่วยเหลือของรัฐ เพื่อให้ประชาชนรู้ช่องทางการแจ้งเหตุ หน่วยงานตอบสนองอย่างรวดเร็ว และผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองโดยเคารพสิทธิ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
3) ติดตามและขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวง พม. พร้อมร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา สนับสนุนให้การดำเนินงานไม่หยุดอยู่เพียงการประกาศเจตนารมณ์การส่งมอบเครื่องมือ แต่ต้องนำไปสู่กิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน มีช่องทางแจ้งเหตุช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนร่วมกัน “รู้ทัน สังเกต แจ้งเหตุ และช่วยเหลือ” เพราะสังคมที่ปลอดภัย ไม่ได้เกิดจากการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากที่ทุกคนลุกขึ้นมาดูแลและปกป้องกันและกัน