จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ว่า จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนใจที่เรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เราต้องสูญเสียพี่น้องแรงงานไทยและคนประจำเรือไปถึง 3 ท่าน ผมและกระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เข้ากำกับดูแล ประสานงานและติดตามสิทธิประโยชน์เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องมาโดยตลอดครับ
วันนี้ผมขอมาสรุปผลการดำเนินงานและการประสานงานของกระทรวงแรงงานในการทวงคืนสิทธิและดูแลพี่น้องแรงงานของเราให้ทุกคนได้รับทราบครับ
1. การตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งรัดสิทธิประโยชน์
ทันทีหลังเกิดเหตุ กระทรวงแรงงาน โดย กสร. ได้ร่วมมือกับกรมเจ้าท่าเข้าสอบข้อเท็จจริง ณ บริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด (เจ้าของเรือ) ทันทีเพื่อรวบรวมข้อมูล และในวันที่ 9 เมษายน 2569 เราได้เข้าติดตามสิทธิประโยชน์และค่าจ้างค้างจ่ายอย่างเร่งด่วน
2. การประสานงานเยียวยาและจ่ายค่าชดเชย
จากการผลักดันและกำกับดูแลของกระทรวงแรงงาน ภายใต้ พ.ร.บ. แรงงานทางทะเล พ.ศ. 2558 และข้อตกลงการจ้างงาน ทางบริษัทเจ้าของเรือได้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยและเยียวยาให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นการจ่ายที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดเพื่อดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว
3. การเยียวยาจิตใจและลงพื้นที่เคียงข้างครอบครัว
ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ผมได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตาก สมุทรปราการ และหนองบัวลำภู เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนครอบครัวผู้เสียชีวิตถึงบ้าน เพื่อรับฟังความเป็นอยู่และช่วยประสานงานด้านเงินทดแทนเยียวยาอย่างใกล้ชิด
4. การประสานงานนำร่างกลับคืนสู่ครอบครัว
เนื่องจากกระบวนการในพื้นที่แถบตะวันออกกลางมีความซับซ้อนสูง กระทรวงแรงงานจึงได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและบริษัทเจ้าของเรืออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ร่างของแรงงานไทยทั้ง 3 ท่านได้เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีอธิบดีกรมการกงสุลและผู้บริหารบริษัทเรือร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัยอย่างสมเกียรติก่อนจะนำส่งร่างกลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ท่าน การสูญเสียในครั้งนี้คือสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น และกระทรวงแรงงานจะยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้ภาคเอกชนปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เพื่อปกป้องชีวิตและสิทธิประโยชน์ของพี่น้องแรงงานไทยทุกคนครับ