ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน' หารือ คณาจารย์จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล Kick off โปรเจกต์ใช้ ‘วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ ผลักดันประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูง (High-income Country) แย้มธันวาคมนี้เตรียมเปิดตัว Prototype ชิ้นแรก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ ว่า วันนี้ผมได้เชิญคณาจารย์จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มาหารือเพื่อ Kick off โปรเจกต์สำคัญที่ผมตั้งเป้าหมายไว้ นั่นคือการใช้ ‘วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี’ เป็นกลไกหลักในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High-income Country)

ผมเชื่อมั่นเสมอครับว่าอุตสาหกรรม Wellness จะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของไทย แต่หลักคิดที่สำคัญในการขับเคลื่อนคือ เราต้อง "เลือกแข่งในสนามที่เราได้เปรียบ" ไม่ใช่วิ่งตามในสิ่งที่คนอื่นเขานำเราไปไกลแล้ว

คำถามคือ แล้วสนามไหนที่ไทยมีความได้เปรียบ?

คำตอบที่ชัดเจนที่สุดเรื่องหนึ่งคือ ‘เวชศาสตร์เขตร้อน’ (Tropical Medicine) ครับ ในด้านนี้ ประเทศไทยยืนอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก เรามีองค์ความรู้ มีนักวิจัยระดับท็อป และมีประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นต้นทุนและความเชี่ยวชาญที่ประเทศอื่นไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ และในอนาคต นี่จะไม่ใช่แค่ตลาดเล็กๆ อีกต่อไป

หากเราติดตามข่าว จะเห็นว่ายุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อน (Heatwave) ที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียสในหลายประเทศ นี่คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่า Climate Change กำลังเปลี่ยนแผนที่โลก

เมื่อประเทศเมืองหนาวมีอุณหภูมิสูงขึ้น ‘โรคเขตร้อน’ จะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่เขตร้อนอีกต่อไป โรคที่บุคลากรการแพทย์ไทยคุ้นเคยและรับมือได้ดีอย่าง ไข้เลือดออก หรือ มาลาเรีย กำลังจะกลายเป็นความท้าทายใหม่ทางสาธารณสุขของอีกหลายสิบประเทศทั่วโลก

สิ่งนี้หมายความว่า Demand ด้านองค์ความรู้ ยารักษา วัคซีน และเครื่องมือวินิจฉัยโรคเขตร้อน จะเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล และประเทศที่มีความพร้อมที่สุดในการตอบโจทย์นี้ในระดับโลก ก็คือประเทศไทยครับ

นโยบายของผมในเรื่องนี้ชัดเจนครับ คือการนำงานวิจัยระดับโลกที่เรามีอยู่มาใช้ประโยชน์ได้จริง แปลงศักยภาพความเก่งของนักวิจัยไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และสร้างเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ให้กับประเทศ

วันนี้เราไม่ได้แค่หารือกันเชิงหลักการ แต่เราเริ่มลงมือทำกันแล้ว

ภายในเดือนธันวาคมนี้ Prototype ชิ้นแรกจากความร่วมมือครั้งนี้จะพร้อมเปิดตัวให้ทุกคนได้เห็น ผมรับรองว่าผลงานชิ้นนี้จะสร้าง Impact อย่างแน่นอนครับ

แล้วเราจะได้พิสูจน์ให้เห็นกันครับว่า ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ของคนไทย เก่งไม่แพ้ชาติไหนครับ