ไม่พบผลการค้นหา
'ยศชนัน' นำทัพขับเคลื่อน AI พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ชวนทุกภาคส่วนสร้าง 'เศรษฐกิจอัจฉริยะ' ที่ไทยเป็นเจ้าของและบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการสัมมนา ”AI กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ“ พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ทิศทางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย” จัดโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ร่วมกับ สำนักข่าวบางกอกทูเดย์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 โดยมี นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัยฯ ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วม ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การมาถึงของเทคโนโลยี AI ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่คือตัวแปรสำคัญที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโลก หลายคนอาจตั้งคำถามหรือเกิดความกังวลว่า เทคโนโลยีใหม่นี้จะเข้ามาทำลายล้าง (Disrupt) สิ่งที่เรามีอยู่เดิมหรือไม่ โดยเฉพาะฝั่งฮาร์ดแวร์หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เราคุ้นเคย ความจริงก็คือ หากเรามองย้อนกลับไปที่ "หลักการพื้นฐาน" (First Principles) AI จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้เลยหากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบเซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ และปัจจัยพื้นฐานที่สุดอย่าง "พลังงาน" ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่จุดจบของอุตสาหกรรมเดิม แต่คือจุดเริ่มต้นและโอกาสทองในการต่อยอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม และผลักดันให้เกิดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine) ที่ทรงพลังกว่าเดิม

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า เราต้องกล้ามองข้ามขีดจำกัดเดิม และตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการเปลี่ยน "วิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นความมั่งคั่ง" (Science to Wealth) ประเทศไทยมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่มากมายและสามารถเป็นได้มากกว่าฐานการผลิตทั่วไป เราสามารถประยุกต์ใช้ AI ในมิติที่ลึกซึ้งเพื่อสร้างมูลค่ามหาศาลได้ ตั้งแต่การพัฒนา Medical AI เพื่อยกระดับสาธารณสุขและการแพทย์แม่นยำ การใช้ Precision Agriculture หรือเกษตรแม่นยำ ที่นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลดินและสภาพอากาศเพื่อปฏิวัติวงการเกษตรกรรม ไปจนถึงงานวิจัยขั้นสูงอย่างจีโนมิกส์ (Genomics) และชีววิทยาการสังเคราะห์ (Synthetic Biology) การมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมเป้าหมายเหล่านี้ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศ และทำให้เราเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ตาม" หรือ "ผู้ใช้งาน" ไปสู่การเป็น "ผู้นำ" ในบางอุตสาหกรรมบนเวทีโลก

นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่จะไม่มีทางเติบโตได้เลย หากประเทศของเราขาด "ระบบนิเวศ" (Ecosystem) ที่พร้อมสนับสนุนอย่างครบวงจร ความท้าทายที่สำคัญคือ สตาร์ทอัพและนักวิจัยไทยที่มีไอเดียระดับโลกมักต้องเผชิญกับทางตันในเรื่องของแหล่งเงินทุน การจะพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงไม่สามารถพึ่งพาสินเชื่อธนาคารแบบดั้งเดิมได้ แต่จำเป็นต้องอาศัยกลไกการลงทุนแบบ Venture Capital (VC) ที่พร้อมรับความเสี่ยงและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการกล้าคิดกล้าทำ นอกจากนี้ เรายังต้องเร่งปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายและสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการทดสอบ เช่น การพัฒนา Organoids (อวัยวะจำลองขนาดเล็ก) เพื่อลดเวลาและต้นทุนในการใช้สัตว์ทดลอง หากเราไม่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เราก็อาจสูญเสียคนเก่งและนวัตกรรมดีๆ ให้กับต่างชาติไปอย่างน่าเสียดาย

“ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญที่สุดที่เราต้องตระหนักคือเรื่องของ "อธิปไตยทางเทคโนโลยี" (AI Sovereignty) หากเราปล่อยให้ประเทศพึ่งพาเพียงแค่ Foundation Model หรือโครงสร้างพื้นฐานทาง AI ของต่างชาติ เราจะสูญเสียเอกราชในการบริหารจัดการข้อมูลและไม่สามารถพัฒนา AI ที่เข้าใจบริบทหรือรากฐานวัฒนธรรมของไทยได้อย่างแท้จริง ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และนักพัฒนา ต้องร่วมมือกันสร้างโมเดลเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Intelligence Economy) ที่เรามีสิทธิ์เป็นเจ้าของและบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ และส่งต่อความแข็งแกร่งนี้ให้กับคนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการ ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์วิจัยนวัตกรรมขั้นสูงของ มจพ. ประกอบด้วย อุทยานเทคโนโลยี มจพ. (KMUTNB Techno Park) ซึ่งรวมถึงศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ศูนย์ปฏิบัติการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ตลอดจนศูนย์ปฏิบัติต่างๆ ด้านยานยนต์สมัยใหม่และระบบราง พร้อมทั้งเข้าชมห้องปฏิบัติการศูนย์ความเป็นเลิศฯ ณ สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (TFII) และห้องปฏิบัติการกลาง Central Lab ณ สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STRI) เพื่อติดตามความพร้อมในการพัฒนากำลังคนและงานวิจัยรองรับเศรษฐกิจยุค AI

ยศชนัน เทคโนโลยี AI

ที่มา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม