ไม่พบผลการค้นหา
'ส่งมากได้มาก ส่งนานได้เพิ่ม' CARE สูตรบำนาญใหม่ของประกันสังคมไทย คำนวณจากค่าจ้างตลอดชีวิตการทำงาน

ล่าสุดทีมคณิตศาสตร์ประกันภัยของสำนักงานประกันสังคมพัฒนาสูตรบำนาญใหม่ โดยดัดแปลงจากแนวคิด CARE ที่ใช้ในหลายประเทศสมาชิก OECD เช่น ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ (ระบบรายได้ตลอดช่วงการทำงาน) และเยอรมนี เอสโตเนีย ลิทัวเนีย สโลวาเกีย รวมถึงฝรั่งเศส (ระบบคะแนนบำนาญ) ก่อนผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจและคณะกรรมการประกันสังคม และระบุว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

CARE ย่อมาจาก Career Average Revalued Earnings เป็นแนวคิดการคำนวณบำนาญชราภาพแบบใหม่ที่เสนอให้นำ ‘ค่าจ้างทุกเดือน’ ที่ผู้ประกันตนเคยนำส่งเงินสมทบตลอดชีวิตการทำงานมาคำนวณ แทนที่จะใช้เฉพาะค่าจ้างเฉลี่ยของ 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณตามสูตรเดิม โดยค่าจ้างในแต่ละช่วงเวลาจะถูก ‘ปรับมูลค่า’ ให้เทียบเท่ากับระดับค่าจ้างใกล้วันที่เกิดสิทธิรับบำนาญ หรือหลักการง่ายๆ ที่เว็บไซต์ CARE สรุปคือ “ส่งมากได้มาก ส่งนานได้เพิ่ม”

🔴 สูตรเดิม สูตร CARE แตกต่างกันอย่างไร

จุดอ่อนของสูตรเดิมคือ บำนาญจะขึ้นอยู่กับค่าจ้างช่วง 5 ปีสุดท้ายเป็นหลัก หรือที่เรียกกันว่าวัดดวงช่วงปลาย หากใครมีรายได้ลดลงหรือขาดช่วงในบั้นปลายชีวิตการทำงาน ก็จะเสียเปรียบ แม้ก่อนหน้านั้นจะเคยส่งเงินสมทบในอัตราสูงมานานก็ตาม

ขณะที่สูตร CARE แปลงค่าจ้างแต่ละเดือนให้เป็นคะแนน แล้วค่อยแปลงกลับเป็นฐานค่าจ้างตอนเกิดสิทธิ ผ่าน 4 ขั้นตอน ดังนี้

1. หาค่าอ้างอิง (Reference Earnings – RE) ของแต่ละเดือน ซึ่งคือค่าจ้างเฉลี่ยของผู้ประกันตนมาตรา 33 ทั้งระบบในเดือนนั้น

2. คิดคะแนนรายเดือน = ค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ÷ RE ของเดือนเดียวกัน (ถ้าค่าจ้างเท่าค่าเฉลี่ยระบบ จะได้ 1.00 คะแนน)

3. เฉลี่ยคะแนนสะสม ตลอดทุกเดือนที่ส่งเงินสมทบ

4. แปลงคะแนนกลับเป็นฐานค่าจ้าง โดยนำคะแนนเฉลี่ยคูณกับ RE เฉลี่ยของ 60 เดือนก่อนเกิดสิทธิ ทั้งนี้ผลลัพธ์ยังมีเพดานไม่เกินค่าเฉลี่ยเพดานค่าจ้างของ 60 เดือนสุดท้ายเช่นเดียวกับสูตรเดิม

ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากคือข้อกล่าวหาว่า CARE ช่วยเพิ่มบำนาญให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 โดยลดทอนสิทธิของมาตรา 33 ทางเว็บไซต์ CARE แจ้งว่าไม่เป็นความจริง เพราะทุกคนใช้กติกาคำนวณคะแนนเดียวกัน และคำนวณจากประวัติค่าจ้างของตนเอง ไม่มีการนำเงินหรือสิทธิของกลุ่มหนึ่งไปแบ่งให้อีกกลุ่ม

เหตุที่ผู้ประกันตนมาตรา 39 มักเห็นผลบวกชัดเจนกว่า เป็นเพราะสูตรเดิมมักคำนวณจากฐานค่าจ้าง 4,800 บาทของมาตรา 39 ในช่วงปลาย ซึ่งดึงค่าเฉลี่ยลงมาก ขณะที่สูตร CARE นับค่าจ้างทุกเดือนตลอดการทำงานและปรับมูลค่าให้เป็นธรรมกว่า ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 33 เองก็อาจได้ประโยชน์จาก CARE เช่นกัน หากมีรายได้ลดลงหรือหยุดส่งเงินสมทบในช่วงปลายของการทำงาน

🔴 กติกาช่วงเปลี่ยนผ่าน : ไม่มีใครถูกลดบำนาญ

เว็บไซต์ CARE อธิบายกลไกคุ้มครองสิทธิสำหรับสองกลุ่มเอาไว้ดังนี้

- ผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้วก่อน CARE มีผล: จะนำบำนาญเดิมไปเทียบกับบำนาญที่คำนวณใหม่ด้วย CARE 100% แล้วเลือกจำนวนที่สูงกว่า จึงไม่มีการปรับลด

- ผู้ที่เริ่มมีสิทธิในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี: ใช้ ‘สูตรผสม’ ซึ่งถ่วงน้ำหนักระหว่างสูตรเดิม (สำหรับงวดที่ส่งก่อน CARE มีผล) กับ CARE (สำหรับงวดหลังจากนั้น) โดยสัดส่วนของ CARE จะเพิ่มขึ้นปีละ 20% จนครบ 100% ในปีที่ 5 จากนั้นจึงเปรียบเทียบกับ CARE เต็มรูปแบบและเลือกจำนวนที่สูงกว่าเสมอ

กล่าวโดยสรุป สูตร CARE เปลี่ยนวิธีคิดบำนาญจาก ‘ดูค่าจ้าง 5 ปีสุดท้าย’ มาเป็น ‘นับค่าจ้างทุกเดือนตลอดชีวิตการทำงาน’ พร้อมกลไกปรับมูลค่าค่าจ้างเก่าให้ทันยุคสมัย และมีระบบเปรียบเทียบกับสูตรเดิมเพื่อไม่ให้ใครได้บำนาญต่ำลงกว่าที่เคยได้รับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://care-pension-thailand.care-sso.chatgpt.site/