เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future” หรือ “วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM คณะผู้บริหาร อว. และคณะผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมงาน ณ เวทีกลาง งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเตรียมประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอนาคตจึงต้องเริ่มจากการสร้างคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้มีทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและมีความรับผิดชอบ ซึ่งมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการลงมือทำ ตั้งคำถาม ทดลอง และค้นพบศักยภาพของตนเอง
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวว่า แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future” สะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการรับมือกับความท้าทายของโลกและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การเกษตร สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางอาหาร หรือเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยกระทรวง อว. มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับการใช้ประโยชน์จริง พร้อมพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อโลกอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
“สิ่งที่เราอยากเห็นจากงานนี้ไม่ใช่เพียงเด็กและเยาวชนได้รับความรู้ แต่ต้องเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำความรู้ไปต่อยอด ตั้งคำถามใหม่ และสร้างสิ่งใหม่ให้กับประเทศ เพราะกำลังคนคุณภาพคือพื้นฐานสำคัญของการสร้างประเทศไทยในอนาคต” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 เป็นความร่วมมือของเครือข่ายกว่า 96 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย โดยร่วมกันนำองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และนวัตกรรมมาจัดแสดงในรูปแบบที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงและมีส่วนร่วม เพื่อให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่เพียงในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการ แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและสามารถนำไปใช้สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ตลอดจนสืบสานพระราชปณิธานด้านวิทยาศาสตร์ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และเกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาค้นคว้าต่อไป
ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ภายในงานมีนิทรรศการและกิจกรรมไฮไลต์มากมาย อาทิ นิทรรศการ AI Revolution: The New Human Edge ที่ชวนเรียนรู้บทบาทของ AI และทักษะที่มนุษย์ต้องมีในโลกยุคใหม่ นิทรรศการตามล่าหาแร่ (Rare Earth : The invisible power) ที่เปิดโลกแร่ธาตุหายากซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึง นิทรรศการดอกไม้เปลี่ยนโลก (Over The Bloom) และ นิทรรศการความลับของท้องทุ่ง (The Hidden World of Rangelands) ที่นำเสนอเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และความมั่นคงทางอาหาร
ในโอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้มอบรางวัล Prime Minister’s Science Award 2026 เพื่อเชิดชูเกียรติเยาวชนและครูผู้มีผลงานโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีเยาวชนได้รับรางวัล Prime Minister’s Science Project Award 2026 จำนวน 5 รางวัล และครูได้รับรางวัล Prime Minister’s Science Teacher Award 2026 จำนวน 2 รางวัล สะท้อนศักยภาพของเยาวชนไทยในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI มาพัฒนาเป็นผลงานที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของสังคม
ผลงานที่ได้รับรางวัลครอบคลุมหลากหลายสาขา ตั้งแต่การพัฒนานวัตกรรมควบคุมศัตรูพืชด้วยระบบอัตโนมัติ การพัฒนาไบโอมาร์กเกอร์และอุปกรณ์ช่วยคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การฟื้นฟูปะการังโดยผสานเทคโนโลยีระดับโมเลกุลกับข้อมูลดาวเทียม ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการวินิจฉัยโรคมาลาเรีย และการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI เพื่อช่วยคัดกรองและติดตามผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สะท้อนการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับรางวัล Prime Minister’s Science Project Award 2026 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ จากโครงงาน “การพัฒนาไข่เทียมร่วมกับนวัตกรรมเพาะเลี้ยงและปล่อย Super Trichogramma แบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมศัตรูพืช” ขณะที่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับรางวัล 4 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ในโครงงาน “BiQancer: นวัตกรรมไบโอมาร์กเกอร์คณิตศาสตร์ใหม่และอุปกรณ์เสริมกล้องจุลทรรศน์ สู่ระบบช่วยวินิจฉัยคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เท่าเทียม” สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ ในโครงงาน “Building Climate-Resilient Corals” สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ในโครงงาน “MalariaX” และสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ในโครงงาน “StrokeSight”
ส่วนรางวัล Prime Minister’s Science Teacher Award 2026 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ นายสมโชค แก้วอุทัศน์ จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) จังหวัดขอนแก่น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ นางจันทร์จิรา ชัยอินทรีอาจ จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
ขณะเดียวกัน หน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ อาทิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำเสนอ “NRCT: Secrets Beneath the Earth” เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสตูลและสตูลจีโอพาร์ค สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) นำเสนออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ “CE-7MATCH” ฝีมือคนไทยสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ นำเสนอเทคโนโลยีการวัดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) นำเสนอผลงานด้านอาหารแห่งอนาคต
นอกจากนี้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ยังจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Interactive Learning ทั้ง Science Lab, Coding & AI และกิจกรรมทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ลงมือปฏิบัติจริง พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ภูมิภาคผ่าน “มหกรรมวิทย์ฯ ภูมิภาค” ระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชม “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” ได้ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานมีกิจกรรมและนิทรรศการสำหรับผู้เข้าชมทุกช่วงวัย เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง พร้อมค้นพบแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ต่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโลกแห่งอนาคต