สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน รายงานเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารโรงเบียร์ บริเวณซอยลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.02 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 33 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ความช่วยเหลือเยียวยาทายาทลูกจ้างและผู้ประกันตนที่เสียชีวิต รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุได้มอบหมายให้นางสาวอุษา ธีระวิทยเลิศ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยนางสาวนิธยาพร ลิมปะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บตามสถานพยาบาล พร้อมประสานนายจ้าง สถานพยาบาล หน่วยงาน ในพื้นที่ และญาติผู้เสียชีวิต เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิด้านการรักษาพยาบาล การยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้ทายาทได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตจำนวน 22 ราย เป็นลูกจ้างและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ประกอบด้วย
- ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 8 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคมตามเงื่อนไขของกฎหมาย
- ผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวน 4 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม
- ผู้ประกันตนมาตรา 38 จำนวน 1 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม
- เคยเป็นผู้ประกันตน จำนวน 7 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามสิทธิที่สะสมไว้ในกองทุนประกันสังคม
นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตเป็นลูกจ้างสัญชาติลาว จำนวน 2 ราย ซึ่งประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน โดยทายาทมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน ได้แก่ เงินค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท ค่าทดแทนกรณีเสียชีวิตในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน เป็นระยะเวลา 10 ปี รวมทั้งมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคมตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตทุกแห่ง เร่งลงพื้นที่พบครอบครัวและทายาท เพื่อชี้แจงสิทธิประโยชน์จากทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน พร้อมอำนวยความสะดวกในการรวบรวมเอกสารการยื่นคำขอรับสิทธิ และติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทายาทได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด ลดภาระและความเดือดร้อนของครอบครัวผู้สูญเสีย ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ สำนักงานประกันสังคมได้ประสานสถานพยาบาลที่ให้การรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลสิทธิด้านการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนอย่างเต็มที่
สำนักงานประกันสังคมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนและทายาทอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม
ที่มา : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน