ไม่พบผลการค้นหา
'ประเสริฐ' รมว.ศธ. หารือ 'ศุภชัย เจียรวนนท์' ประธานกรรมการ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี เร่งปั้นคน-ดึงเทค ตั้งเป้าฮับ AI อาเซียน พลิกการศึกษา-เศรษฐกิจสู่ยุคใหม่

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือร่วมกับ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี พร้อมด้วย นางเนตรชนก วิภาตะศิลปิน กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิฯ และคณะ เกี่ยวกับการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภูมิภาคอาเซียน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ “การยกระดับการศึกษา” ควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และนวัตกรรมขั้นสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกที่เข้มข้นขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ เน้นไปที่เทรนด์ของงานในอนาคตอีก 10–20 ปีข้างหน้า งานจำนวนมากอาจถูกแทนที่ด้วย AI และหุ่นยนต์ โดยเฉพาะงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง ขณะที่งานสายช่าง งานบริการ และงานสร้างสรรค์ เช่น การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา จะมีความสำคัญมากขึ้น ระบบอาชีวศึกษาจึงต้องปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น หุ่นยนต์ อัตโนมัติ และเซมิคอนดักเตอร์ ปฏิรูปเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่าเกษตรภาคเกษตร รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ดังนั้นการปรับการศึกษาเพื่อรับโลก AI จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ระบบการศึกษาไทยต้องเปลี่ยนจาก “ท่องจำ” เป็น “เข้าใจและลงมือทำ” โดย AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เด็กสามารถใช้เครื่องมือ AI ช่วยค้นคว้าได้ แต่การวัดผลจะเน้น “ความเข้าใจจริง” ผ่านการอธิบายและโต้ตอบกับครู ในฐานะ “โค้ช” ที่ช่วยค้นหาศักยภาพและความสนใจของผู้เรียน ขณะที่การเรียนรู้จะเน้นโครงงาน การทดลอง และการใช้เทคโนโลยีจริง ทั้งนี้ มีข้อเสนอให้บรรจุ AI และคอมพิวเตอร์เป็นวิชาพื้นฐาน พร้อมกับการสนับสนุนอุปกรณ์ เช่น แท็บเล็ต หรือแล็บทดลอง ให้กับนักเรียน เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ และเร่งพัฒนาทักษะตั้งแต่ระดับมัธยม

"ในเรื่องของห้องปฏิบัติการ (Lab) เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่โรงเรียน มหาวิทยาลัย ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นการมีห้องแล็บและพื้นที่ทดลองจริง ท่านศุภชัยได้เสนอให้มี Learning center ที่เป็นเสมือนแล็บทดลองในโรงเรียน ซึ่งขณะนี้ยังเป็นจุดอ่อนของไทยเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว รวมทั้งการร่วมกันทำงานด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) กับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เข้ามาลงทุนในไทย และมหาวิทยาลัยไทย เพื่อยกระดับบุคลากรและงานวิจัยในประเทศ พร้อมสะท้อนว่าไทยมีจุดแข็งด้านความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ช่วยดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีจากทั้งฝั่งตะวันตกและจีน เข้ามาลงทุน ซึ่งจะส่งผลต่อทักษะแรงงานของไทย" รมว.ศธ.กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้เสนอว่า หากไทยจะก้าวสู่ “ประเทศผู้นำ AI” ของอาเซียน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่การศึกษา บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงนโยบายเศรษฐกิจ โดยดำเนินการอย่างจริงจัง เมื่อนั้นไทยก็จะมีโอกาส “ก้าวข้าม” ข้อจำกัดเดิม และขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งใหม่ของโลกในอนาคตใกล้

751111328_1021175010530240_501409614981029120_n.jpg

ที่มา : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.