วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยมี นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร คณะนักวิจัย และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
สำหรับโครงการดังกล่าว ขับเคลื่อนโดยวิทยาลัยชุมชนยโสธร ซึ่งปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการสงเคราะห์ชั่วคราว มาเป็นการใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม หรือ PAR ผสานกับระบบสารสนเทศอัจฉริยะ ปูพรมค้นหาสอบทานคนจนที่ตกหล่น แล้วจัดเก็บในฐานข้อมูลกลางระดับจังหวัด หรือ PPPConnext ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบ AI ทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างปัญหาลึกถึงตัวบุคคลในทุกมิติ ว่ามีใครบ้าง จนที่ไหน และจนด้วยเรื่องอะไร ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน สามารถค้นหาสอบทานครัวเรือนยากจนสะสมได้ถึง 5,416 ครัวเรือน นำพาผู้ยากไร้เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและยกระดับทักษะใหม่ได้กว่า 7,663 คน สามารถสร้างรายได้เพิ่มสะสมเฉพาะในปี 2567 และ 2568 จำนวนกว่า 2,179,600 บาท นอกจากนี้ในปี 2568 ยังได้จำแนกและส่งต่อความช่วยเหลือมุ่งเป้าไปยังภาคีเครือข่ายสำเร็จแล้ว 168 ครัวเรือน ทั้งการซ่อมสร้างบ้านร่วมกับ พอช. การมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องร่วมกับ กสศ. และการปูพรมส่งเสริมทักษะการเงิน จนช่วยให้ครัวเรือนยากจนกว่าร้อยละ 25 สามารถลดหนี้ได้สำเร็จ
ศ.ดร.ยศชนัน ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้โคกหนองนา พื้นที่โมเดลแก้จนเกษตรกรแปลงรวม ก่อนจะปิดท้ายที่ลานข้างวัดป่าพุทธิคุณ ตำบลหนองแหน อำเภอกุดชุม เพื่อเยี่ยมนิทรรศการนวัตกรรมแก้จน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ 4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่ ได้แก่ พลังวัดโมเดล ที่ดึงเอาพลังศรัทธาของคณะสงฆ์มาสร้างข่ายความปลอดภัยทางสังคม โมเดลห่วงโซ่พืช-ผักอินทรีย์ เปลี่ยนเกษตรกรรายย่อยเป็นผู้ผลิตเชิงพาณิชย์สร้างรายได้กว่า 580,000 บาท โมเดลเศรษฐกิจชุมชนปรับตัวในพื้นที่ภัยพิบัติ นำเทคโนโลยีแปรรูปปลา ข้าว และถั่ว มาช่วยสร้างรายได้ในยามน้ำท่วมหรือภัยแล้ง และ กลุ่มกล้าไม้ ตำบลสร้างมิ่ง ที่พลิกชีวิตกลุ่มเปราะบางให้มีรายได้เสริมจากการเพาะกล้าไม้ยูคาลิปตัส 4,000 ถึง 5,000 บาทต่อเดือน ภายใต้หลักการ มือหนึ่งรับ มือหนึ่งให้ ส่งต่อวัสดุเหลือใช้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนบ้านรายถัดไป
ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำ ถึงนโยบายหลักว่า กระทรวง อว. มุ่งมั่นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยการแปรเปลี่ยนข้อมูล งานวิจัย และเทคโนโลยีนวัตกรรม ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ การแก้จนด้วยความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต้องร่วมกันสร้างกลไกความร่วมมือในพื้นที่แล้วศึกษาให้เข้าใจบริบทของครัวเรือนยากจนอย่างลึกซึ้ง และออกแบบให้เข้าถึงสวัสดิการสังคมและอาชีพที่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสร้างความมั่นใจ ความภาคภูมิใจในตัวเองที่จะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาตัวเองอย่างพอเพียงและยั่งยืน ซึ่งผลลัพธ์ของจังหวัดยโสธรในวันนี้ ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประชาชนกลุ่มเป้าหมาย จากเดิมที่ยากลำบากให้มีความมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเอง และดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืนพร้อมให้พื้นที่อื่นๆได้เข้ามาเรียนรู้