ไม่พบผลการค้นหา
ไม่ต้องรอป่วย ไม่ต้องเดินทางไกล 'ชัชชาติ' เบอร์ 9 ตั้งเป้าเปลี่ยนสุขภาพเมืองจากตั้งรับเป็นป้องกันก่อนป่วย ดัน สปสช. ใกล้บ้าน ใช้งบสุขภาพเชิงรุก ขยายเป้าหมายครอบคลุมทั้งชุมชน หมูบ้าน คอนโดมิเนียม

วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ภายหลังการลงพื้นที่ชุมชนบ้านมั่นคง 133 เขตบางบอน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ หมายเลข 9 กล่าวถึงนโยบายส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกของทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร หรือ สปสช. โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้นในพื้นที่ใกล้บ้าน ทั้งชุมชน หมู่บ้าน บ้านในรั้ว และคอนโดมิเนียม

ชัชชาติกล่าวว่า ระบบสาธารณสุขของ กทม. มีงบประมาณส่วนหนึ่งจาก สปสช. หรือกองทุนบัตรทอง ซึ่งมีงบประมาณส่งเสริมสุขภาพหัวละประมาณ 40 กว่าบาทต่อคน เพื่อนำไปใช้ทำกิจกรรมป้องกันโรคและดูแลสุขภาพเชิงรุก แต่ที่ผ่านมา กทม. ใช้งบส่วนนี้ได้น้อยมาก ไม่ถึง 20% ของวงเงินที่ได้รับ

ชัชชาติกล่าวอีกว่า ตลอด 4 ที่ผ่านมา กทม. ใช้งบประมาณส่วนนี้ไม่ถึง 20% ของวงเงินที่ สปสช. ให้มา ตนจึงอยากตั้งเป้าให้แต่ละเขตต้องเสนอโครงการใช้เงินกองทุนอย่างน้อย 80% และจะผลักดันให้ใช้งบประมาณได้เต็ม 100% ของเงินแต่ละปี 

“ปัจจุบัน กทม. มีโครงการส่งเสริมสุขภาพที่ลงไปในชุมชนแล้วมากกว่า 2,000 โครงการ เช่น เต้นแอโรบิก ไทเก๊ก บาสโลบ ไลน์แดนซ์ และกิจกรรมออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพได้ใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสวนสาธารณะขนาดใหญ่หรือสถานที่ออกกำลังกายส่วนกลาง” ชัชชาติกล่าว

นโยบายสำคัญที่ทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” จะเดินหน้าต่อ คือการขยายขอบเขตการใช้เงินกองทุน สปสช. ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนเมืองมากขึ้น ไม่จำกัดอยู่เฉพาะชุมชนรูปแบบเดิม แต่จะกระจายไปยังหมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม บ้านในรั้ว และพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมสุขภาพได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งหลักการของกองทุน คือ เปิดโอกาสให้ประชาชนรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป สามารถเสนอโครงการเข้ามายังสำนักงานเขตได้ หากต้องการกิจกรรมสุขภาพ เช่น ครูฝึก แอโรบิก หรือกิจกรรมออกกำลังกายอื่นๆ จากนั้นเขตจะนำโครงการไปพิจารณาเพื่อสนับสนุนต่อไป 

นอกจากนี้ กทม. ยังมีแผนร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดหาผู้ฝึกสอนหรือผู้เชี่ยวชาญสำหรับกิจกรรมสุขภาพในพื้นที่ต่าง ๆ โดยตั้งเป้าขยายกิจกรรมให้มากกว่า 3,000 โครงการ และเพิ่มสัดส่วนโครงการในหมู่บ้านและคอนโดมิเนียมให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในปี 2567 ระบุว่า กทม. มีโครงการ สปสช. ทั้งหมด 2,011 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 255 ล้านบาท คิดเป็น 74% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ขณะที่ในปี 2568 มีโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 2,294 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 326 ล้านบาท คิดเป็น 94% ของงบประมาณที่ได้รับจัดสรร สะท้อนว่ากองทุนนี้สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนเชิงรุกได้มากขึ้น

สำหรับพื้นที่หนองแขม บางบอน และธนบุรี ซึ่งมีทั้งชุมชนดั้งเดิม หมู่บ้านจัดสรร พื้นที่อุตสาหกรรม คอนโดมิเนียม และย่านเมืองเก่า นโยบาย สปสช. ใกล้บ้าน จะช่วยให้การส่งเสริมสุขภาพไม่จำกัดอยู่เพียงศูนย์บริการสาธารณสุขหรือสถานพยาบาล แต่ขยายไปถึงพื้นที่ที่ประชาชนใช้ชีวิตจริง

ภาพรวมของนโยบายนี้จึงเป็นการเปลี่ยนระบบสุขภาพเมืองจาก “ตั้งรับ” เป็น “เชิงรุก” ใช้งบ สปสช. เป็นเครื่องมือพากิจกรรมสุขภาพเข้าไปใกล้ประชาชนมากขึ้น เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงจากโรค และลดภาระการเจ็บป่วยที่ต้องเข้าสู่โรงพยาบาลในระยะยาว

“อันนี้คือนโยบายเส้นเลือดฝอยที่ลงไปถึงชุมชนต่างๆ อย่างแท้จริง ประชาชนก็มีสุขภาพดีขึ้น ไม่ต้องมาโรงพยาบาล เป็นการป้องกันสุขภาพในเชิงรุก เราอยากจะขยายผลต่อ อยากทำให้ได้ถึง 100% เพราะเป็นโครงการที่มีคุณภาพ” ชัชชาติกล่าว