ไม่พบผลการค้นหา
'ชัชชาติ เบอร์ 9' ชี้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะสายสีเขียว หนุนผู้ดูแลระบบเดินรถรายเดียวและระบบตั๋วร่วม เพื่อกำหนดค่าโดยสารให้เป็นธรรม ลดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน พร้อมให้ กทม. พัฒนาระบบ Feeder เชื่อมชุมชน-สถานีรถไฟฟ้าให้เดินทางง่ายขึ้น

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ขึ้นเวทีดีเบตในรายการ Nation Election DEBATE : ผู้ว่าฯ กรุงเทพ โอกาสของคนเมือง โดยช่วงหนึ่งมีคำถามถึงแนวทางลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กทม. ว่าจะทำให้ค่าโดยสารถูกลงได้อย่างไร ค่าโดยสารที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใด และจะหาเงินจากที่ใดมาอุดหนุน

'ชัชชาติ' กล่าวว่า ในภาพรวมระบบรถไฟฟ้าควรมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น โดยรัฐบาลควรเป็นผู้เกลี่ยราคาทั้งระบบผ่านระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมโยงกันและเป็นธรรมมากขึ้น แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ที่เสนอสนับสนุนการโอนภารกิจบริหารจัดการรถไฟฟ้าจาก กทม. สู่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เพื่อให้มีผู้ดูแลระบบเดินรถรายเดียว (Single Operator) หรือผู้บริหารระบบเดินรถที่เป็นเอกภาพมากขึ้น ทั้งในด้านมาตรฐานบริการ การขยายโครงข่าย การกำหนดโครงสร้างค่าโดยสาร และการวางแผนเส้นทางเชื่อมต่อในภาพรวม ขณะเดียวกัน กทม. จะปรับบทบาทมาเป็นผู้พัฒนาระบบ Feeder หรือระบบขนส่งรอง เพื่อช่วยให้ประชาชนเดินทางเข้าถึงรถไฟฟ้าและขนส่งหลักได้สะดวกขึ้น

ระยะยาวต้องรอปี 2572 เจรจาสัมปทานใหม่

'ชัชชาติ' ระบุว่า หากพิจารณาเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะมีช่วงสำคัญในปี 2572 ซึ่งเป็นช่วงที่สัมปทานกลับคืนมา และต้องมีการเจรจาใหม่อีกครั้ง โดยประเด็นสำคัญคือสัญญาการจ้างเดินรถที่มีการทำไว้ยาวไปถึงปี 2585 และมีต้นทุนสูง จึงต้องพยายามเจรจาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

“ถ้าจะเอาเฉพาะสีเขียว มันจะมีปี 2572 ที่ได้สัมปทานกลับคืนมา ต้องเจรจาใหม่ เพราะตอนนี้มีคนไปจ้างเดินรถร่วมไปถึงปี 85 ราคาแพงมาก ก็ต้องพยายามเจรจาว่าจะลดตรงนี้ได้อย่างไร” ชัชชาติกล่าว

ระยะสั้นต้องลดตั๋วเดือน ช่วยคนทำงาน นักเรียน ผู้สูงอายุ

สำหรับช่วงก่อนถึงปี 2572 ชัชชาติกล่าวว่า สิ่งที่ควรทำทันทีคือการเจรจาเพื่อลดราคาตั๋วเดือน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนทำงาน นักเรียน และผู้สูงอายุ เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นประจำและได้รับผลกระทบจากค่าเดินทางโดยตรง

ชัชชาติย้ำว่า หัวใจของการลดค่าโดยสารในช่วงนี้จึงไม่ใช่เพียงการพูดถึงค่าโดยสารรายเที่ยว แต่ต้องทำให้ตั๋วเดือนมีราคาถูกลง เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนที่ต้องใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำ

ใช้รายได้ที่ไม่ได้มาจากค่าโดยสาร (Non-Fare) และงบประมาณบางส่วนช่วยอุดหนุน

เมื่อถูกถามว่าจะหาเงินจากที่ใดมาอุดหนุน ชัชชาติระบุว่า แหล่งเงินสนับสนุนสามารถมาจาก 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือรายได้ Non-Fare หรือรายได้ที่ไม่ได้มาจากค่าโดยสาร เช่น ค่าบริหารจัดการ ค่าโฆษณา รายได้จากการประมูลร้านค้า และค่าเชื่อมต่อของสายรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในอนาคต และ ส่วนที่สองคือการใช้งบประมาณเข้ามาเสริมบางส่วน เพื่อช่วยลดภาระค่าโดยสารให้ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำ

'ชัชชาติ' สรุปว่า การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวต้องทำควบคู่กันหลายระดับ ทั้งการผลักดันระบบบริหารรถไฟฟ้าที่เป็นเอกภาพผ่านแนวคิด Single Operator การเจรจาโครงสร้างต้นทุนในระยะยาว การลดราคาตั๋วเดือนในระยะสั้น และการนำรายได้ที่ไม่ใช่ค่าโดยสารมาช่วยอุดหนุน เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับประชาชน