นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หารือทวิภาคีกับ นางสาวเอมี อี. โป๊ป (Ms. Amy E. Pope) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสมาพันธรัฐสวิส ในห้วงการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 เพื่อกระชับความร่วมมือในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ โดยมี นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวสดุดี กิตติสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ นางสาวชญานันทน์ ฉัตรมาศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) คณะผู้แทนถาวรฯ ณ นครเจนีวา ร่วมหารือด้วย ณ สำนักงานใหญ่ IOM นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส
นายจุลพันธ์ ได้กล่าวชื่นชมความร่วมมืออันดีระหว่างไทยกับ IOM ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ การคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ และการส่งเสริมการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย มีระเบียบ และเป็นปกติ สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นทั้งประเทศต้นทางและปลายทางของการย้ายถิ่นฐาน การบริหารจัดการแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นภารกิจสำคัญระดับชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอย่าง IOM
นายจุลพันธ์ ได้นำเสนอประเด็นนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญของไทย อาทิ การส่งเสริมเส้นทางที่ถูกกฎหมาย โดยไทยมุ่งมั่นส่งเสริมเส้นทางที่ถูกกฎหมายสำหรับแรงงานข้ามชาติเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ โดยมีกรอบความร่วมมือด้านแรงงานผ่านบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม และประเด็นการคุ้มครองสิทธิแรงงาน โดยไทยยึดมั่นในการให้ความคุ้มครองที่เท่าเทียมแก่แรงงานทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในด้านสภาพการทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงกลไกการคุ้มครองทางกฎหมาย ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติจากกัมพูชา ลาว และเมียนมา กว่า 1.5 ล้านคน ที่อยู่ภายใต้ระบบประกันสังคมของไทย รวมถึงประเด็นการพัฒนาทักษะ โดยไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานทั้งไทยและแรงงานข้ามชาติ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในอนาคต โดยไทยมีความสนใจอย่างยิ่งในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการพัฒนาทักษะ การรับรองทักษะ และความพร้อมของแรงงานเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมถึงการขยายความร่วมมือในการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติกลุ่มเปราะบางและการป้องกันการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์
ในตอนท้าย นายจุลพันธ์ ได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้ IOM เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 (29th ASEAN Labour Ministers Meeting) ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 นี้ เพื่อร่วมกันยกระดับการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานและการคุ้มครองแรงงานในภูมิภาคต่อไป