วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้ปี 2569 เป็น “ปีอาสาสมัครไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน องค์กร อาสาสมัคร และประชาชนในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสมตลอดปี 2569 พร้อมเห็นชอบให้นำข้อเสนอเชิงนโยบายแนวทางการพัฒนางานอาสาสมัครไทยเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมาปฏิบัติ
การประกาศปีอาสาสมัครไทยครั้งนี้ สอดรับกับองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่กำหนดให้ปี 2569 เป็น “ปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” (International Year of Volunteers for Sustainable Development 2026: IVY 2026) เพื่อส่งเสริมบทบาทของอาสาสมัครในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยประเทศไทยมีการดำเนินงานด้านอาสาสมัครมาอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมขับเคลื่อนวาระดังกล่าวกับประชาคมระหว่างประเทศมาโดยตลอด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวใจสำคัญของปีอาสาสมัครไทย คือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกิจกรรมอาสาสมัครของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ การร่วมกิจกรรมในโอกาสวันอาสาสมัครไทยและวันอาสาสมัครสากล รวมถึงการทำงานอาสาสมัครในรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่และความถนัดของประชาชน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนา “ระบบสนับสนุนคนทำงานอาสา” ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยข้อเสนอเชิงนโยบายที่ ครม. เห็นชอบครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่
1. ยกระดับงานอาสาสมัครด้านนโยบายและกฎหมาย สนับสนุนการทำงานของอาสาสมัคร รวมถึงการคุ้มครองสวัสดิภาพในการปฏิบัติงาน และส่งเสริมความร่วมมือด้านงานอาสาสมัครกับต่างประเทศ
2. พัฒนาระบบบริหารจัดการงานอาสาสมัคร ให้มีระบบและกลไกที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งการจัดตั้งสถาบันจัดการและอบรมอาสาสมัคร ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครระดับจังหวัดและท้องถิ่น การสนับสนุนการปฏิบัติงานและการจัดสวัสดิการ ตลอดจนพัฒนาระบบฐานข้อมูลอาสาสมัคร เพื่อให้การประสานงานและติดตามการทำงานมีประสิทธิภาพ
3. สร้างความรู้และขวัญกำลังใจแก่คนทำงานอาสา ส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของอาสาสมัครต่อการพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมในโอกาสสำคัญ และสร้างขวัญกำลังใจ ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติงานอาสาสมัครในรูปแบบต่าง ๆ
“การประกาศปีอาสาสมัครไทยจะช่วยให้พลังของประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศได้มากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลจะพัฒนาระบบสนับสนุนให้คนที่ต้องการทำงานอาสาสมัครสามารถเข้าถึงข้อมูล การประสานงาน และกลไกสนับสนุนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การทำงานอาสาสมัครเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
ทั้งนี้ มอบหมายให้ คณะอนุกรรมการส่งเสริมอาสาสมัคร ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (ก.ส.ค.) เป็นกลไกขับเคลื่อนวาระปีอาสาสมัครสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย โดยมี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ประสานงานของประเทศไทย ส่วนการจัดกิจกรรมในปี 2569 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม และสามารถประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและภาคเอกชนเพื่อร่วมดำเนินกิจกรรมได้
ที่มา : สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี